สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. ว่า ผู้แทนรัฐบาลของ 27 ประเทศสมาชิกอียู และผู้แทนจากรัฐสภายุโรป บรรลุข้อตกลงเพื่อกำหนดให้พลาสติกที่ใช้ในรถยนต์ รถบรรทุก และรถจักรยานยนต์ อย่างน้อย 25% ต้องเป็นพลาสติกรีไซเคิล
ผู้ผลิตรถยนต์จะต้องบรรลุเป้าหมายบังคับนี้ภายใน 10 ปี โดยมีเป้าหมายระยะกลาง 15% ภายใน 6 ปี ขณะที่อย่างน้อย 20% ของวัสดุรีไซเคิลจะต้องมาจากรถยนต์เก่าที่ถูกทิ้งแล้ว
นายมักนุส ฮอยนิค รมว.สิ่งแวดล้อมของเดนมาร์ก ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานหมุนเวียนของอียูในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ กล่าวว่า ข้อตกลงดังกล่าวถือเป็นก้าวสำคัญ สู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนสำหรับภาคยานยนต์ของยุโรป
ขณะที่ตัวเลขของอียูชี้ให้เห็นว่า การผลิตยานยนต์คิดเป็น 10% การบริโภคพลาสติกโดยรวมของอียู และ 19% ของความต้องการเหล็กในอุตสาหกรรมของกลุ่มประเทศสมาชิก
We welcome today’s provisional agreement on the End-of-Life Vehicles Regulation.
— European Commission (@EU_Commission) December 12, 2025
Precious materials inside every vehicle will be recovered at the end of their life and kept within the EU.
Good news for our environment, competitiveness & resilience ↓https://t.co/yaXKQRdsxo pic.twitter.com/ZJbpO5ViWJ
อย่างไรก็ดี ข้อตกลงนี้ยังจำเป็นต้องได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ จากคณะมนตรียุโรป และรัฐสภายุโรป ก่อนเริ่มมีผลบังคับใช้จริง
นอกจากนั้น ข้อตกลงดังกล่าวยังกำหนดให้คณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) กำหนดเป้าหมายในอนาคตสำหรับเหล็กรีไซเคิล อะลูมิเนียม แมกนีเซียม และวัตถุดิบสำคัญอื่น ๆ อีกทั้งห้ามการส่งออกยานยนต์เก่า ซึ่งใช้งานบนท้องถนนไม่ได้แล้ว.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



