นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า ได้ลงพื้นที่สวนปานเจริญ ศูนย์ชุมชนบ้านหัวอ่าว อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม เพื่อตรวจเยี่ยมแหล่งผลิตและพิสูจน์คุณภาพฝรั่งสามพราน ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (จีไอ) โดยหลังจากขึ้นทะเบียนสำเร็จแล้ว ได้ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคว่าได้รับสินค้าตรงตามมาตรฐาน และมีช่องทางการตลาดผ่านห้างสรรพสินค้า และแพลตฟอร์มออนไลน์ ทำให้ปัจจุบันฝรั่งสามพรานมีราคาขายปลีกสูงถึง กก. 50 – 70 บาทต่อกก. เพิ่มขึ้น 1.7 – 2.3 เท่า จากช่วงก่อนเป็นจีไอที่มีราคา 30 บาทต่อกก.

“ฝรั่งสามพรานมี 7 สายพันธุ์ ได้แก่ พันธุ์กิมจู พันธุ์สุ่ยมี่ พันธุ์แป้นสีทอง พันธุ์สาลี่ทองไร้เมล็ด พันธุ์หงเป่าสือ พันธุ์เฟิ่นหงมี่ และพันธุ์แตงโม ปัจจุบัน ให้ผลผลิตกว่า 11,631 กิโลกรัม (กก.) ต่อปี สร้างรายได้ให้ชุมชนกว่า 350 ล้านบาทต่อปี ซึ่งหลังจากขึ้นทะเบียนจีไอแล้ว กรมได้ส่งเสริมการจัดทำระบบควบคุมคุณภาพฝรั่งสามพรานอย่าง ต่อเนื่อง โดยมีกระบวนการตรวจสอบอย่างเข้มข้น และเมื่อเดือนต.ค.68 ได้ออกหนังสืออนุญาตให้ใช้ตราจีไอไทย ให้แก่ผู้ประกอบการที่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพการผลิต 36 ราย ”

นอกจากนี้ กรมได้สนับสนุนให้ผู้ประกอบการได้ต่อยอดแปรรูปฝรั่งสามพรานเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อเพิ่มมูลค่าเช่น น้ำฝรั่งสกัดเย็น ฝรั่งแผ่นอบกรอบ ชาใบฝรั่ง เป็นต้น รวมทั้งพัฒนาสวนปลูกฝรั่งสามพรานให้เป็นศูนย์เรียนรู้และสถานที่ท่องเที่ยว เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว

นางอรมน กล่าวต่อว่า ในการพบปะเกษตร ผู้ประกอบการ หน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง กรมฯได้ย้ำว่า ในปี 69 กรมมุ่งเน้นการยกระดับมาตรฐานสินค้าและสร้างการยอมรับในวงกว้าง เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมีแนวทางสำคัญ 5 ด้าน ได้แก่ 1.พัฒนาศักยภาพผู้ผลิตสินค้าจีไอ 2.ประชาสัมพันธ์และส่งเสริมภาพลักษณ์สินค้าจีไอไทย ทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์ 3.สนับสนุนการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ การแปรรูป และการออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ 4.ขยายช่องทางการตลาดในประเทศและต่างประเทศ 5.บูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานภายนอกและระดับนานาชาติ เพื่อสร้างการยอมรับและผลักดันสินค้าจีไอ ไทยเข้าสู่ตลาดสากล และสร้างรายได้กลับสู่ชุมชนอย่างยั่งยืน