นายกรัฐมนตนีอันวาร์ อิบราฮิม ผู้นำมาเลเซีย เปิดเผยผ่านบัญชีโซเชียลมีเดีย ว่า ภายหลังการหารือทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ เกี่ยวกับความตึงเครียดบริเวณชายแดนระหว่างไทยกับกัมพูชา ตนได้โทรศัพท์ไปสนทนากับกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย และ พล.อ.ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา โดยแยกคุยทีละคน
อันวาร์กล่าวว่า ตนขอให้ทั้งสองฝ่ายใช้ความอดทนอดกลั้นอย่างสูงสุด ยุติการกระทำที่เป็นปรปักษ์ทุกรูปแบบ และงดเว้นจากการดำเนินการทางทหารเพิ่มเติม ซึ่งรวมถึงการใช้กำลังหรือการเคลื่อนกำลังพลรุกคืบ โดยมีผลตั้งแต่เวลา 22.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันที่ 13 ธ.ค. นี้
Susulan perbincangan saya dengan Presiden Amerika Syarikat, Donald J. Trump, dan mengambil kira ketegangan berterusan di sempadan Kemboja–Thailand, saya telah mengadakan perbualan telefon secara berasingan dengan Perdana Menteri Thailand, Anutin Charnvirakul, dan Perdana Menteri… pic.twitter.com/85nYptbdf0
— Anwar Ibrahim (@anwaribrahim) December 13, 2025
ขณะเดียวกัน เพื่อสนับสนุนการลดความตึงเครียดและส่งเสริมความโปร่งใส มาเลเซียขอให้มีการส่งคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (เอโอที) นำโดยผู้บัญชาการทหารสูงสุดของมาเลเซีย เข้าไปติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ และภารกิจเอโอที จะได้รับการสนับสนุนด้วยการตรวจสอบผ่านดาวเทียม ซึ่งสหรัฐจะเป็นผู้ดำเนินการ
ทั้งนี้ ผลการตรวจสอบจากดาวเทียมและการสังเกตการณ์ภาคสนามนั้น จะมีการศึกษาและรวบรวมโดยเอโอที เพื่อนำเสนอในการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ที่จะมีขึ้นในวันอังคารที่ 16 ธ.ค. ผู้นำมาเลเซียยืนยันว่า รายงานดังกล่าวจะให้ข้อมูลที่เป็นกลางเกี่ยวกับสถานการณ์ เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบ การสร้างความไว้วางใจ และการรักษาสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค
อันวาร์ทิ้งท้ายว่า มาเลเซียยังคงมุ่งมั่นที่จะทำงานอย่างใกล้ชิดกับพันธมิตรอาเซียนและประชาคมระหว่างประเทศ เพื่อให้มั่นใจว่าการเจรจา การยับยั้งชั่งใจ และการทูตจะประสบความสำเร็จ.
เครดิตภาพ : X @anwaribrahim



