ผลงานอันยอดเยี่ยม “บิว” ภูริพล บุญสอน ในซีเกมส์ 2025 คว้าแล้ว 2 ทอง

ที่ยิ่งใหญ่ไปอีก คือสถิติของเขา 100 เมตร 9.94 วินาที เป็นชาวอาเซียนคนแรก ทำลายกำแพง 10 วินาที ทำลายสถิติซีเกมส์ 10.17 วินาที ของ อากุง วิโบโว ของอินโดนีเซีย เมื่อปี 2009 รวมทั้งทำลายสถิติตัวเอง ซึ่งเป็นสถิติประเทศไทย ที่ 10.06 วินาที ในเอเชียนเกมส์ เมื่อ ก.ย.ปี 2023

นอกจากนี้ ยังทำให้ บิว กลายเป็นผู้ชายที่เร็วสุด อันดับ 3 ของเอเชีย ต่อจาก ซู ปิง เทียน (จีน) 9.83 วินาที โอลิมปิก 2021 และ เฟมี โอกูโนเด (กาตาร์) 9.91 วินาที ปี 2015

และ 200 เมตร 20.07 วินาที ทำลายสถิติซีเกมส์ของตัวเอง 20.37 วินาที ทำลายสถิติประเทศไทย และสถิติของตัวเองที่ทำไว้ 20.19 วินาที และเป็นสถิติเร็วสุดอันดับ 2 ของโลก รุ่น 20 ปี ในปี 2025

กว่าจะถึงจุึดนี้ บิว ผ่านการปั้นของโค้ชมือดี ที่ล้วนเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้มี ภูริพล ในวันนี้

และล่าสุดมือสุดท้าย กับ เจนทรี แบรดลีย์ โค้ชชาวสหรัฐ ที่เข้ามาเทรน เจ้าบิว ได้ 3 เดือน

การเปลี่ยนแปลงของกรีฑาไทยเริ่มเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม หลังจาก “บิ๊กแป๊ะ” พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา นายกสมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทย ตัดสินใจดึง แบรดลีย์ หรือที่นักกีฬาเรียกกันว่า “โค้ชจี” ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิ่งระยะสั้น เข้ามาดูแลการเตรียมความพร้อมของนักกีฬาทีมชาติไทย ก่อนการแข่งขันซีเกมส์

โค้ชจี ถนัดในด้านการฝึกนักวิ่งระยะ 100 เมตร, 200 เมตร และวิ่งผลัด ผ่านประสบการณ์ทำงานกับนักกีฬาในหลายภูมิภาค ทั้งเอเชีย ตะวันออกกลาง แอฟริกา และสหรัฐอเมริกา โดยได้รับมอบหมายให้ดูแลนักกีฬาทีมชาติไทยในกลุ่มวิ่งระยะสั้นโดยตรง

ภายใต้การทำงานของโค้ชจี รูปแบบการฝึกซ้อมถูกปรับให้มีความเป็นระบบและเฉพาะเจาะจงมากขึ้น ไม่ใช่เพียงการเพิ่มความหนักของการฝึก แต่เน้นการวิเคราะห์รายบุคคลอย่างละเอียด ตั้งแต่การออกตัว การถ่ายแรง การใช้พลังในแต่ละช่วงระยะ การฟิตร่างกาย ไปจนถึงการฟื้นฟูให้เหมาะสมกับสรีระและศักยภาพของนักกีฬาแต่ละคน

ผลลัพธ์เริ่มปรากฏ โดยเฉพาะผลงาน “บิว” ภูริพล บุญสอน

เป็นการสะท้อนถึงทิศทางใหม่ของสมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทย ที่ยกระดับทีมชาติไทย เป้าหมายระยะสั้น และระยะยาว

น่าจับตาอย่างยิ่งกับพัฒนาการของทีมกรีฑาไทย กับเวทีใหญ่กว่าที่รออยู่ ไม่ว่าจะ เอเชียนเกมส์ ในปีหน้า หรือโอลิมปิก 2028 ที่ถึงตอนนั้น เจ้าบิว น่าจะอยู่ในจุดพีค