นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) รักษาการผู้ว่า รฟท. เปิดเผยว่า ได้รับรายงานเบื้องต้นจากผู้ที่เกี่ยวข้องว่า ขณะนี้ รฟท. อยู่ระหว่างเร่งดำเนินการจัดเตรียมร่างรายละเอียดขอบเขตงาน(TOR) และราคากลาง โครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย และรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูง(ไฮสปีด) เพื่อเชื่อมโยงภูมิภาค ช่วงกรุงเทพฯ – หนองคายระยะ(เฟส)ที่ 2 ช่วงนครราชสีมา-หนองคาย ระยะทาง 357.12 กิโลเมตร(กม.) โดยในสัปดาห์นี้จะเสนอร่าง TOR และราคากลาง 3 สัญญา จากทั้งหมด 8 สัญญาให้ตนพิจารณา ก่อนเปิดรับฟังคำพิจารณ์ผ่านเว็บไซต์ รฟท. ภายในเดือนธ.ค.2568

นายอนันต์ กล่าวต่อว่า งานจ้างก่อสร้างโครงการรถไฟไฮสปีดไทย-จีน เฟส 2 แบ่งเป็น 8 สัญญา วงเงินรวมประมาณ 2.37 แสนล้านบาท โดยจะทยอยเปิดประกวดราคา(ประมูล) เพื่อไม่ให้เกิดความล่าช้า เริ่มจาก 3 สัญญาแรกประกอบด้วย สัญญาที่ 1 งานโยธา ช่วงนครราชสีมา-โนนสูง ระยะทาง 39.1 กม. วงเงิน 31,030 ล้านบาท, สัญญาที่ 2 งานโยธา ช่วงโนนสูง-บัวลาย ระยะทาง 54.9 กม. วงเงิน 33,920 ล้านบาท และสัญญาที่ 3 งานโยธา ช่วงบัวลาย-บ้านแฮด ระยะทาง 68.38 กม. วงเงิน 33,110 ล้านบาท จากนั้นประมาณเดือน ม.ค.2569 คาดว่าจะสามารถเปิดรับฟังคำพิจารณ์ได้อีก 3 สัญญา ประกอบด้วย

สัญญาที่ 4 งานโยธา ช่วงบ้านแฮด-น้ำพอง ระยะทาง 54.35 กม. วงเงิน 33,415 ล้านบาท, สัญญาที่ 5 งานโยธา ช่วงน้ำพอง-อุดรธานี ระยะทาง 64.52 กม. วงเงิน 31,850 ล้านบาท และสัญญาที่ 6 งานโยธา ช่วงอุดรธานี-สระใคร ระยะทาง 60.48 กม. วงเงิน 33,490 ล้านบาท และประมาณเดือน ก.พ.2569 คาดว่าจะเปิดรับฟังคำพิจารณ์ 2 สัญญาสุดท้าย ประกอบด้วย สัญญาที่ 7 งานโยธา ช่วงสระใคร-หนองคาย ระยะทาง 15.38 กม. วงเงิน 32,939 ล้านบาท และสัญญาที่ 8 งานโยธา ศูนย์ซ่อมบำรุงเชียงรากน้อย วงเงิน 7,700 ล้านบาท

นายอนันต์ กล่าวอีกว่า หากการรับฟังพิจารณ์ 3 สัญญาแรก ไม่มีคำพิจารณ์ที่จะมีผลได้ผลเสียต่อผู้เข้าร่วมประกวดราคา คาดว่าจะสามารถเปิดจำหน่ายเอกสารการประมูลสัญญาที่ 1-3 ได้ในช่วงต้นปี 2569 แต่หากมีคำพิจารณ์ที่ต้องเพิ่มเติม หรือแก้ไขปรับปรุง ก็อาจต้องใช้เวลาเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย ทั้งนี้เบื้องต้นคาดว่าทั้ง 8 สัญญาจะได้ผู้รับจ้าง และเริ่มงานก่อสร้างในปี 2569 ใช้เวลาก่อสร้าง 4 ปี พร้อมเปิดให้บริการในปี 2574

“ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่งเดลินิวส์” สอบถามถึงความคืบหน้าร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืนฯ นายอนันต์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ รฟท. ได้จัดทำเอกสารเสนอไปยังกระทรวงคมนาคม เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) พิจารณาแล้ว แต่เนื่องจากปัจจุบันรัฐบาลยุบสภา จึงต้องดูว่า ครม.รักษาการ สามารถพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าวได้หรือไม่ หากไม่ได้ก็ต้องรอ ครม.ชุดใหม่ อย่างไรก็ตามการเปิดประมูลยังสามารถเดินหน้าต่อได้เพราะโครงการฯ ได้รับการอนุมัติจากครม. ตั้งแต่เดือน ก.พ.2568 แล้ว ซึ่งเบื้องต้นพื้นที่ต้องเวนคืนประมาณ 1,991 แปลง เนื้อที่ประมาณ 1,345 ไร่ และสิ่งปลูกสร้าง 1,428 รายการ คิดเป็นประมาณ 10% ของพื้นที่ก่อสร้างทั้งหมด ดังนั้นหากลงนามสัญญากับผู้รับจ้าง รฟท. ก็สามารถส่งมอบพื้นที่ในจุดอื่น เพื่อดำเนินการก่อสร้างไปก่อนได้

นายอนันต์ ยังกล่าวถึงความคืบหน้าโครงการก่อสร้างศูนย์เปลี่ยนถ่ายสินค้า และย่านกองเก็บตู้สินคัาจ.หนองคาย วงเงิน 5,686.21 ล้านบาทด้วยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ(บอร์ด) รฟท. เมื่อวันที่ 12 ธ.ค.2568 ให้กลับไปทบทวนรายละเอียดโครงการศึกษาและวิเคราะห์การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ(PPP) โครงการศูนย์เปลี่ยนถ่ายสินค้าฯ เพื่อรองรับการขนส่งทางราง จ.หนองคาย ในเรื่องแนวทางผลประโยชน์ตอบแทนให้มีความสมดุลระหว่างรัฐ และเอกชน โดยให้นำกลับมาเสนออีกครั้งในการประชุมบอร์ด รฟท. เดือน ม.ค.2569.



