นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เปิดเผยว่า หลังจากรัฐบาลประกาศยุบสภานั้น เป็นเรื่องที่เราทราบกันอยู่แล้ว ตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่ง เพียงแต่เร็วกว่ากำหนดการเดิมเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ในการผลักดันเศรษฐกิจ ภายใต้นโยบาย ควิก บิ๊ก วิน ผ่าน 5 เสาหลัก และ 1 ฐานรากนั้น ได้ดำเนินการไปแล้วกว่า 99%  จะเป็นส่วนช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจปีนี้ โดยคาดว่าจีดีพีไตรมาส 4 จะขยายตัว 1% และทั้งปี 68 จะเติบโตไม่ต่ำ 2% และส่งต่อไปถึงปี 2569

ขณะที่ในช่วงสุญญากาศการเมืองนั้น นโยบายที่อนุมัติไปแล้ว เช่น การแก้หนี้เฟสแรก และการสนับสนุนเอสเอ็มอี จะสามารถทำต่อเนื่องได้แน่นอนในช่วงรัฐบาลรักษาการ แต่สิ่งที่น่าเสียดายคือความต่อเนื่องของนโยบายใหม่บางส่วนที่ไม่สามารถดำเนินการได้ในช่วงนี้ ทั้งโครงการกระตุ้นการออม ผ่านบัญชีการออมส่วนบุคคล TISA และโครงการคนละครึ่งพลัส เฟส 2

“ช่วงสุญญากาศการเมือง นโยบายใหม่จะไม่สามารถทำได้เลย ซึ่งโครงการคนละครึ่งพลัส เฟส 2 นั้น ตอนนี้นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ได้เข้าไปหารือคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าสามารถทำได้หรือไม่”

นอกจากนี้ นายเอกนิติ ยังกล่าวว่า การขับเคลื่อนเศรษฐกิจในไตรมาส 4 มาจาก 5 เสาหลัก ได้แก่ การบริโภคในประเทศที่ดีขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะโครงการที่กระจายเม็ดเงินไปทั่วประเทศ เช่น โครงการคนละครึ่งพลัส ซึ่งมีเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ 70,000 ล้านบาท และช่วยสร้างความคึกคักให้กับธุรกิจรายย่อยตามตลาดและร้านค้าต่างๆ

“ทีมเศรษฐกิจได้ออกแบบนโยบายที่ไม่ใช่แค่การกระตุ้นระยะสั้น แต่ต้องได้ผลยาวด้วย โดยเน้นการเพิ่มทักษะ (Reskill) ด้านการเงินและทักษะการขายของออนไลน์ให้กับพ่อค้าแม่ค้า ซึ่งพบว่าผู้ที่สามารถขายของออนไลน์เป็นมียอดขายเพิ่มขึ้นถึง 5-600%”