ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พระครูใบฎีกาสุรพล มหาปัญโญ เจ้าอาวาสวัดหนองวัลย์เปรียง เจ้าคณะตำบลทุ่งคอก อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายณัฐชาติ วงศ์ประเสริฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุพรรณบุรี เขต 3 พรรคกล้าธรรม นายรัชกฤต พยัคฆ์ นายอำเภอสองพี่น้อง นางปณิชา พยัคฆ์ แม่บ้านมหาดไทย ร่วมเป็นประธานฝ่ายฆราวาสงานพิธีบรรพชาอุปสมบทหมู่ ประจำปี 2569 มหากุศล เพื่อสืบสานปณิธานเป็นพระราชกุศล ให้กับผู้ยากไร้ทุกคน อย่างไม่เลือกชั้นวรรณะ อยู่ในร่มกาสาวพัสตร์ สวดมนต์ เจริญสมาธิ การประพฤติปฏิบัติตามคำสั่งสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อสามารถนำกลับมาใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีความสุข ให้กับนาคจำนวน 14 นาค ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย ภายในพระอุโบสถวัดหนองวัลย์เปรียง ท่ามกลางเสียงสาธุการของมนุษย์ และเทพเทวดา เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา

ทั้งนี้การจัดงานพิธีบรรพชาอุปสมบทหมู่ ประจำปี 2569 ได้รับการสนับสนุนจากพุทธศาสนิกชน และคณะศิษยานุศิษย์ผู้ใจบุญได้ร่วมทำบุญบริจาคทรัพย์เป็นเจ้าภาพเครื่องอัฐบริขาร และรับเป็นเจ้าภาพถวายภัตตาหารพระบวชใหม่ อีกทั้งยังได้รับการสนับสนุนจาก นายรัฐพล ชีวโรจน์ณรงค์ น.ส.สุวรรณา ชีวโรจน์ณรงค์ ห.จ.ก. เจริญชัยค้าวัสดุก่อสร้าง รับเป็นเจ้าภาพถวายปัจจัยบวชนาคหมู่ นายชัชพัชร์ เดชะเกษมสุข ประธานกรรมการบริษัท สมาร์ท เทค อินดัสตรี่ จำกัด รับเป็นเจ้าภาพเครื่องอัฐบริขาร 8 นายอนันธวัฒน์ จินดารัตน์ กำนันตำบลทุ่งคอก นายสมพร ใจซื่อ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 2 ต.ทุ่งคอก นายธนาคม ขจีรัตน์วัฒนา ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ต.ทุ่งคอก นายสุรพล ตันกสิกิจ นายก อบต.ทุ่งคอก และสมาชิก อบต. ผู้ใหญ่บ้าน ทั้ง 16 หมู่ ตำบลทุ่งคอก รับเป็นเจ้าภาพโรงทานเลี้ยงอาหาร และน้ำดื่ม ตามหมายกำหนดการ เวลา 07.30 น. มีพิธีปลงผมนาค เวลา 08.30 น. พิธีอาบน้ำนาค เวลา 09.30 น. การแสดงพระธรรมเทศนา เทศน์สอนนาค จากนั้นเวลา 12.00 น. เปิดโรงทานปันน้ำใจเสบียงบุญให้ชาวบ้านร่วมรับประทานอาหาร ส่วนในเวลา 13.00 น. ขบวนนางรำนำนาคแห่รอบอุโบสถวัดหนองวัลย์เปรียง เพื่อเข้าพิธีบรรพชาอุปสมบทเป็นพระภิกษุสงฆ์ 14 รูป ได้ศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัย ตามหลักคำสอนของพุทธศาสนาต่อไป

พระครูใบฎีกาสุรพล มหาปัญโญ เจ้าอาวาสวัดหนองวัลย์เปรียง เจ้าคณะตำบลทุ่งคอก กล่าวว่า กว่า 30 ปี วัดหนองวัลย์เปรียง ได้จัดโครงการบรรพชาอุปสมบท บวชนาคหมู่ขึ้นเป็นประจำทุกปี ก่อนวันเข้าพรรษาของแต่ละปี เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้กุลบุตร และผู้ชายไทยที่มีอายุครบ 20 ปี ผู้ที่ต้องการบรรพชาอุปสมบท เข้ามาสู่ร่มกาสาวพัสตร์ เพื่อเผยแพร่ศาสนาพุทธ โดยมีเงื่อนไขว่าผู้ที่จะมาบวชต้องไม่เป็นผู้ต้องโทษหนีคดี หรือเป็นผู้ที่ติดยาเสพติด โดยในช่วงแรกๆ มีคำถามว่า วัดหนองวัลย์เปรียงเอาเงินมาไหน คำตอบคือรายได้ส่วนหนึ่ง จากปัจจัยส่วนตัวที่ออกไปบรรยายธรรมเทศนาตามสถานที่ต่างๆ ร่วมกับทางคณะกรรมการวัด พุทธศาสนิกชน และชาวบ้านที่มีความเลื่อมใสศรัทธา จึงได้ร่วมกันเสียสละบริจาคทรัพย์ จนสามารถพูดได้ว่าวัดหนองวัลย์เปรียง แห่งนี้คือ ศูนย์รวมจิตใจ และเป็นที่พึ่งของชุมชนอย่างแท้จริง ให้สมกับต้นแบบคำว่า บวร คือ บ้าน วัด และโรงเรียน ที่เข้าด้วยกันได้อย่างมีความสุข ถือว่าเป็น 3 เสาหลักที่สำคัญที่สามารถค้ำจุนสังคมไทยอย่างมั่นคง



