เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 15 ธ.ค. ที่พรรคเพื่อไทย นายสันธนะ ประยูรรัตน์ เดินทางมาสมาชิกพรรคเพื่อไทยแบบตลอดชีพ โดยมีนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ร่วมพูดคุย 

โดยนายสันธนะ กล่าวว่า ตนตัดสินใจด้วยตัวเองในการกลับมาสมัครสมาชิกพรรคเพื่อไทยอีกครั้ง ซึ่งที่ผ่านตนเคยเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยครั้งแรกเมื่อปี 2561-2565 และขณะนี้สถานการณ์การเมืองเปลี่ยน วันเวลาเปลี่ยน ตนจึงกลับมาสมัครสมาชิกพรรคเพื่อไทยอีกครั้ง และมีความประสงค์จะลงสมัครรับเลือกตั้ง สส.กทม. แบบแบ่งเขต ซึ่งตนมีความพร้อมมาโดยตลอด 

เมื่อถามว่า พรรคจะให้โอกาสตนได้ลงสมัครรับเลือกตั้ง สส. หรือไม่นั้น นายสันธนะ กล่าวว่า ตนเข้าใจระบบของพรรค และเมื่อตนเข้ามาสมัครเป็นสมาชิกพรรคแล้ว แม้ว่าพรรคเห็นว่าตนไม่เหมาะสม ตนก็ยังเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย และพร้อมที่จะช่วยผู้สมัครเขตเลือกตั้งอื่นๆ หาเสียง ที่ผ่านมาตนไม่ได้สู้เพื่อตัวเอง แต่สู้เพื่อสังคมและประชาชน ตนอยากให้ประชาชน และสังคมตัดสินตนด้วยเหมือนกัน หากพรรคให้โอกาส ก็จะทำให้ตนทราบว่าที่ผ่านมาสังคมหรือประชาชนตัดสินตนอย่างไร 

“สิ่งที่ตนเห็นว่าปล่อยผ่านไม่ได้ ตนนิ่งและปล่อยให้สังคมกระเพื่อมไปแบบนี้ เราจะมีการเมืองแบบเทาดำหรือขาว” นายสันธนะ กล่าว

นายสันธนะ กล่าวว่า หากพรรคเห็นว่าตนไม่เหมาะสมที่จะลงสมัครรับเลือกตั้ง สส. ก็ไม่ใช่ว่าตนจะวิ่งรอกเดินสายไปสมัครที่พรรคอื่นไม่ใช่ตน ตนไม่มีอะไรต่อรอง ไม่มีเงื่อนไขทั้งสิ้น อยู่ที่ทางพรรค หากพรรคเห็นว่าตนมีค่าและสังคมมองว่าตนช่วยอะไรได้ก็อยากให้ทุกคนตัดสิน 

เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้ที่ระบุว่าถูกกลั่นแกล้ง มีคดีความ พร้อมท้าไปถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย รวมถึงนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เจอกันบนถนนการเมือง นายสันธนะ กล่าวว่า ทุกคนทราบว่า หนูหรือเน คือนายกฯตัวจริง วันนี้ตนขอพูดในนามส่วนตัวไม่เกี่ยวกับพรรค ว่าเราเป็นศัตรูกันทางการเมืองอย่างเป็นทางการ ต่อไปจะได้เผชิญหน้ากันบนเส้นทางการเมือง