เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดป่าพุทธภาวัน บ้านสมสะอาด หมู่ 7 ต.สมสะอาด อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ ญาติและเพื่อนบ้านที่ทราบข่าวต่างพากันเดินทางมาให้กำลังใจ ขณะที่กำลังทหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันจัดเตรียมสถานที่ เพื่อรอรับศพของ ส.อ.อภิสิทธิ์ บุนนาค หรือ “หมู่ตี๋” สังกัดกองกำลังรบกองทัพภาคที่ 2 ตำแหน่งนายสิบพยาบาลประจำกองพันทหารราบที่ 11 ในพื้นที่สนามรบ สังกัดกรมทหารราบที่ 16 กองพันที่ 3 (ร.16 พัน.3) หลังจากพลีชีพกลางสมรภูมิภูมะเขือ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ จากการโจมตีด้วยจรวด BM-21 ของฝ่ายกัมพูชาอย่างรุนแรง ขณะปฏิบัติหน้าที่ภายในบังเกอร์พื้นที่ภูมะเขือ เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 14 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา
บรรยากาศที่บ้านเลขที่ 173 หมู่ 7 ต.สมสะอาด อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ เต็มไปด้วยความโศกเศร้า ญาติ เพื่อนบ้าน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างช่วยกันจัดเตรียมสถานที่ กางเต็นท์ โต๊ะ และเก้าอี้ เพื่อรองรับผู้ที่จะมาร่วมแสดงความอาลัย โดยเบื้องต้นคาดว่าศพจะเดินทางมาถึงในวันพรุ่งนี้ (16 ธ.ค.) ท่ามกลางความเสียใจอย่างสุดซึ้ง โดยเฉพาะนางรวีวรรณ บุนนาค อายุ 44 ปี ภรรยา พร้อมด้วยบุตรสาววัย 8 ขวบ และบุตรชายวัย 6 ขวบ ที่ต้องสูญเสียสามีและบิดาไปอย่างกะทันหัน อย่างไรก็ตาม ทุกคนต่างภาคภูมิใจในความเสียสละของ “หมู่ตี๋” ที่ปฏิบัติหน้าที่ทหารหมอเสนารักษ์ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บจนวินาทีสุดท้าย และสละชีพเพื่อชาติ

ทั้งนี้ นายภูมินทร์ ภูมิเขต สมาชิกสภาจังหวัดอำเภอกุฉินารายณ์ ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาฬสินธุ์ และคณะที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนางสาววิภาวี บุญเรือง นายกเทศมนตรีตำบลกุดสิม และผู้นำชุมชน ได้ลงพื้นที่ให้กำลังใจครอบครัวของหมู่ตี๋ พร้อมแสดงความเสียใจและสดุดีวีรบุรุษผู้กล้าที่พลีชีวิตเพื่อชาติ
นางรวีวรรณ บุนนาค ภรรยาของหมู่ตี๋ เปิดเผยว่า แม้ตนและครอบครัวจะเสียใจอย่างมากต่อการจากไปของสามี แต่ก็รู้สึกภาคภูมิใจที่เขาได้สละชีวิตเพื่อชาติบ้านเมือง และปฏิบัติหน้าที่ทหารพยาบาลเสนารักษ์ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและเพื่อนทหารจนวินาทีสุดท้าย ซึ่งเป็นไปตามอุดมการณ์และความตั้งใจของเขา โดยปกติหมู่ตี๋เป็นคนอัธยาศัยดี ชอบช่วยเหลือผู้อื่น และเป็นที่รักของเพื่อนทหารทุกระดับ
นางรวีวรรณ กล่าวต่อว่า ก่อนเกิดเหตุการณ์สู้รบ ตนและลูก ๆ ยังได้โทรศัพท์พูดคุยถามสารทุกข์สุกดิบกันตามปกติ ไม่เคยมีลางบอกเหตุ และไม่คาดคิดว่าสามีจะเสียชีวิต เนื่องจากปฏิบัติหน้าที่ในฐานะทหารพยาบาลเสนารักษ์ ทำหน้าที่ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ถือเปล ไม่ได้ถืออาวุธ แต่กลับถูกฝ่ายกัมพูชายิงจรวด BM-21 เข้ามาภายในบังเกอร์จนเสียชีวิต
นอกจากนี้ นางรวีวรรณ ยังยืนยันว่า การจัดงานศพไม่มีปัญหาภายในครอบครัว ทั้งฝั่งตนและมารดาของสามีซึ่งอยู่ที่ จ.ร้อยเอ็ด ได้พูดคุยตกลงกันเรียบร้อย โดยมอบหมายให้ตนเป็นผู้ดำเนินการจัดงานศพ เนื่องจากแม่สามีกล่าวว่าตนเปรียบเสมือนลูกแท้ๆ เช่นเดียวกับที่ตนมองแม่สามีเป็นแม่แท้ๆ เช่นกัน พร้อมขอความเข้าใจจากสังคมต่อกระแสดราม่าในโลกออนไลน์ เนื่องจากทุกคนในครอบครัวต่างอยู่ในความโศกเศร้า

ขณะที่นายสุวรรธณ์ เข็มธนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้กำชับให้นายอำเภอกุฉินารายณ์ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ดูแลและอำนวยความสะดวกในการจัดเตรียมสถานที่รับศพให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย พร้อมมอบหมายให้สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดกาฬสินธุ์ และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์ ลงพื้นที่เยียวยาสภาพจิตใจและดูแลครอบครัวของ ส.อ.อภิสิทธิ์ อย่างเต็มที่
สำหรับ ส.อ.อภิสิทธิ์ บุนนาค อายุ 33 ปี มีภูมิลำเนาเดิมอยู่ที่ อ.อาจสามารถ จ.ร้อยเอ็ด แต่งงานกับนางรวีวรรณ บุนนาค ปัจจุบันอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 173 หมู่ 7 ต.สมสะอาด อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ มีบุตรด้วยกัน 2 คน ได้แก่ ด.ญ.ปัณธร บุนนาค อายุ 8 ขวบ และ ด.ช.ปัณวิชน์ บุนนาค อายุ 6 ขวบ



