ขณะที่หลายฝ่ายกำลังขมักเขม้นเตรียมการเลือกตั้ง พรรคที่โดนกระแสสังคมจับตามากที่สุดนี้ไม่พ้นพรรคด้อมส้ม หลัง“หัวหน้าเท้ง”ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.)เสนอความเห็น เรื่องสถานการณ์ไทย-กัมพูชา สวนอารมณ์คนไทยทั้งประเทศ ไม่รู้ว่าประเมินสถานการณ์กันแบบไหน ไม่ได้หยั่งอารมณ์สังคมคนไทย ถึงได้แสดงความเห็นให้ตั้งโต๊ะเจรจา ทั้งที่คนไทยเกือบทั้งหมดต้องการให้ทหารไทยจัดการขั้นเด็ดขาดกับกัมพูชาแบบเอาให้จบจะได้ไม่ต้องมีปัญหากวนใจกันทีหลัง

แถมยังเหน็บกองทัพตามสไตล์พรรคส้ม จนเกิดปรากฏการณ์ “ทัวร์ลง” กันอย่างขนานใหญ่ จากพรรคส้มที่มีคะแนนนำมาตลอด ตอนนี้กลายเป็นพรรคที่โดนกระแสโจมตีจากคนในประเทศมากที่สุด แน่นอนว่า การเจรจาบนโต๊ะถือเป็นหลักการทางสากลที่ฟังดูดีแบบคน”โลกสวย“ แต่หากประเมินตามสาธารณะสถานการณ์ความเป็นจริง หากทหารไทยไม่เหยียบทุ่นระเบิด ขาขาดและบาดเจ็บหลายนาย เหตุปะทะในครั้งนี้จะไม่เกิดขึ้น

สำทับกับคำพูดของ “ผู้นำจิตวิญญาณด้อมส้ม“ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรค อนาคตใหม่ที่ออกมาระบุว่า ”หากนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรี สถานการณ์จะไม่มาถึงจุดนี้เด็ดขาดเชื่อว่าหากพวกเราเป็นรัฐบาลตั้งแต่วันนั้น เครื่องมือทางการค้า เครื่องมือทางการทูต เครื่องมือการต่างประเทศ จะถูกนำมาใช้ยับยั้งสถานการณ์อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด และสถานการณ์จะไม่มาสู่จุดนี้ที่ประชาชนต้องเดือดร้อน“

งานนี้บรรดาเพจดัง นักการเมืองออกมาถล่มยับ ตามสไตล์พรรคคนหล่อ คำพูดต่างๆมักออกมาในรูปแบบประดิดประดอย หรือเรียกแบบชาวบ้านๆพูดให้ “ดูหล่อ” อยู่เสมอ แต่ที่ในทางปฏิบัติเขาเรียกว่าไม่ดูตาม้าตาเรือ ไม่พิจารณาอารมณ์ของสังคมว่าเปลี่ยนแปลงไปขนาดไหนแล้ว และกองทัพเขาดำเนินการอยู่แล้วในเรื่องการเจรจา เพราะทุกสงครามมันต้องจบลงที่การตั้งโต๊ะเจรจา แล้วแต่ว่าจะเจรจาในภาวการณ์แบบไหนต่างหาก

อย่างไรก็ดีการออกมาแสดงความคิดเห็นในภาวะที่ประเทศกำลังอยู่ในภาวะที่คนไทยอกสั่นขวัญแขวน วาทะกรรมแบบนี้ส่วนกระแสสังคมและยิ่งทำให้คะแนนของพรรคตกลงไปอีก อย่าลืมว่า“หัวหน้าเท้ง” แบกความหวังของ“ด้อม” เอาไว้เยอะ ยิ่งการเลือกตั้งมาถึงเร็ว ยิ่งสร้างความกดดันมากขึ้นเรื่อยๆ การที่ประกาศว่าต้องเป็นรัฐบาลพรรคเดียว และกวาด สส.มากกว่า 250 ที่นั่ง แม้จะรู้ว่ามันเกินจริงไปไกลมาก เพราะเมื่อพิจารณาจากกระแสตอนนี้แล้วไม่ได้ “ฟีเวอร์” ขนาดนั้น เรื่องนี้จึงสอนให้รู้ว่า ดั่งคำสุภาษิตไทยที่บอกว่า“พูดผิด ชีวิตเปลี่ยน”