“บิ๊กก้อง” ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เปิดเผยว่า ประเทศไทยได้ส่งนักกีฬาพาราเยาวชนทีมชาติไทย ไปเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเอเชียนยูธพาราเกมส์ ครั้งที่ 5 เมื่อระหว่างวันที่ 7-14 ธ.ค.68 ที่เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) โดย กกท. ร่วมกับ สมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทย, คณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย และสมาคมกีฬาที่ดูแลกีฬาคนพิการแต่ละประเภท (สมาคมกีฬาคนพิการทางปัญญา, สมาคมกีฬาคนพิการทางสมอง, สมาคมกีฬาคนตาบอด) เตรียมนักกีฬาและได้รับการสนับสนุนด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาอย่างเต็มที่ ส่งนักกีฬาร่วมการแข่งขันรวม 126 คน ชิงชัย 11 ชนิดกีฬา ได้แก่ ยิงธนู, ยกน้ำหนัก, กรีฑา, แบดมินตัน, บอคเซีย, โกลบอล, งัดข้อ, ว่ายน้ำ, เทเบิลเทนนิส, เทควันโด และวีลแชร์บาสเกตบอล พร้อมทั้งตั้งเป้าหมายการทำผลงานไว้ที่ 30 เหรียญทอง

สำหรับผลการแข่งขันในครั้งนี้ ปรากฏว่า ทัพนักกีฬาพาราเยาวชนทีมชาติไทย คว้ามาได้ทั้งหมด 33 เหรียญทอง, 32 เหรียญเงิน, 29 เหรียญทองแดง คว้าอันดับ 4 ของตารางการแข่งขัน ทำได้มากกว่าเป้าที่วางไว้ ในตารางเหรียญรางวัล เป็นรองเพียงแค่ 3 ชาติเท่านั้น คือ อุซเบกิสถาน 99 เหรียญทอง, อิหร่าน 62 เหรียญทอง และ ญี่ปุ่น 40 เหรียญทอง โดยไทยยังเป็นอันดับ 1 ของอาเซียนด้วย ซึ่งผลงานดังกล่าวถือว่าเป็นที่น่าพอใจ

ผู้ว่าการ กกท. กล่าวต่อว่า ภายหลังจากที่นักกีฬาพาราเยาวชนทีมชาติไทย เดินทางกลับถึงประเทศไทยแล้ว กกท. ยังมีภารกิจที่จะต้องเตรียมความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 ระหว่างวันที่ 20-26 ม.ค.69 ที จ.นครราชสีมา รวมทั้งการเตรียมนักกีฬาพาราทีมชาติไทย เข้าร่วมการแข่งขันรายการดังกล่าวให้พร้อมที่สุดอีกด้วย

สำหรับการแข่งขันกีฬาเอเชียนยูธพาราเกมส์ คือมหกรรมกีฬาคนพิการระดับเยาวชนที่จัดแข่งขันหลังจากการแข่งขันเอเชียนยูธเกมส์ ก่อนหน้านี้จัดชิงชัยมาแล้ว 4 ครั้ง คือ ครั้งที่ 1 ที่ญี่ปุ่น ปี 2009, ครั้งที่ 2 ที่มาเลเซีย ปี 2013, ครั้งที่ 3 ที่ยูเออี ปี 2017, ครั้งที่ 4 ที่บาห์เรน ปี 2021 และครั้งล่าสุดปีนี้ ที่ยูเออี