สถานการณ์ข้อพิพาทระหว่างไทยกับกัมพูชายังคงร้อนระอุและส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงคนในวงการบันเทิง ล่าสุดกรณีที่อินฟลูเอนเซอร์ชาวกัมพูชาได้ออกมาโพสต์แสดงความรู้สึก ขยะแขยง ที่เคยชื่นชอบนักร้อง-นักแสดงหนุ่มสุดฮอต “ต้าห์อู๋ พิทยา” จนกลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง
ล่าสุด เมื่อได้เจอ ต้าห์อู๋ ในงานช่องวัน 31 ส่งความสุขต้อนรับปีใหม่ แจกปฏิทิน 2569 เจ้าตัวก็ได้เปิดใจถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า “ผมว่าสถานการณ์บ้านเมืองเราในตอนนี้มีเหตุข้อพิพาทกันระหว่างเรากับกัมพูชา ในความเป็นจริงมันมีคนที่สูญเสียไม่ว่าจะฝั่งเราหรือฝั่งเขา ก็ไม่ผิดที่ประชาชนแต่ละประเทศจะโกรธ สิ่งสำคัญคือเราได้เห็นว่าเขาโกรธ เขาสูญเสียจริง ฝั่งเราเองก็มีการสูญเสียจริงเหมือนกัน ผมแค่เรียนรู้จากสิ่งที่มันเกิดขึ้น”
“ครั้งหนึ่งเขาเคยเป็นแฟนคลับที่รักเรา วันนี้เขารู้สึกขยะแขยงเรา เราเองส่วนหนึ่งก็เข้าใจด้วยว่ามันเกิดจากการที่เขาได้รับข่าวแบบไหนมา แล้วเขารู้สึกโกรธ ตัวผมก็คงไม่ไปทำในสิ่งที่เขาทำกับเราแล้วกัน ที่มันเกิดขึ้นอยากให้มองไปที่ความเป็นจริงมากกว่าว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างไทยกับกัมพูชาในเชิงลึกจริงๆ แล้วประชาชนอย่างพวกเราหรือฝั่งกัมพูชาเองก็แค่เป็นอีกหนึ่งส่วนที่ได้รับผลกระทบ เลยรู้สึกว่าการโกรธของแต่ละคนมันก็เกิดขึ้นได้ ไทยเราเองก็มีคนที่อยู่บริเวณชายแดนที่สูญเสียชีวิตเหมือนกัน รู้สึกโกรธเหมือนกัน แต่ก็นั่นแหละมันไม่ใช่เหตุการณ์ที่จะมานั่งว่าคนอื่น ตัวผมเข้าใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็เลยไม่อยากจะไปว่าเขา หรือไปตอบโต้กลับ อยากให้เข้าใจมากกว่าว่าจริงๆ แล้วมันเกิดอะไรขึ้น”

“มันก็กระทบเพราะเขาเคยเป็นแฟนคลับผม แต่ผมจะไปว่าอะไรเขาไหมก็คงไม่ ผมเข้าใจด้วยซ้ำว่าเขาได้รับข้อมูลมาไม่เหมือนกับแบบที่เราได้รับ แล้วก็เข้าใจด้วยว่าเขาเองก็ได้เห็นการสูญเสียทุกๆ วันจากข่าวที่มันอยู่หน้าฟีดเขาว่าทางกัมพูชามีคนสูญเสีย เราเสียใจกับทุกการสูญเสียทั้งฝั่งไทยและกัมพูชา ที่ทำได้ในส่วนของประชาชนคือการทำความเข้าใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก็วิงวอนให้เหตุการณ์ทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยดีและรวดเร็วที่สุด”

“ไม่โกรธเลย ผมเป็นคนสาธารณะอยู่แล้ว ผมเจอคำด่า คำบูลลี่ ผมโดนมาเยอะแล้ว ผมเข้าใจและไม่ได้อยากจะไปตอบโต้อะไร มันเหมือนเรายิ่งไปกวนน้ำให้ขุ่นขึ้นไปอีก ไปทำให้ข้อผิดพลาดที่แท้จริงมันหายไปกลายเป็นคนมาบูลลี่ใส่กันแทน จริงๆ แล้วปัญหาคืออะไร ต้นตอคืออะไร อยากให้ไปโฟกัสตรงนั้นมากกว่า มันไม่ใช่เรื่องที่ประชาชนต้องมาทะเลาะกันเอง มันควรเป็นเรื่องที่ต้องกลับไปโฟกัสในจุดแรกว่าจุดเริ่มต้นของมันคืออะไร
ยิ่งถ้าผมไปตอบโต้ ไปบูลลี่กลับด้วยความสนุก มันจะเริ่มเปลี่ยนประเด็นแล้ว คำว่าข้อพิพาทระหว่าง 2 ประเทศที่มันเป็นจุดของปัญหาที่แท้จริงมันจะเริ่มหายไป มันจะเริ่มเป็นการบูลลี่กันไปมา ผมรู้สึกว่ามันไม่มีประโยชน์ทั้งเราและเขา สุดท้ายยังมีคนที่สูญเสีย ยังมีคนที่ปกป้องสิ่งที่ตัวเองเชื่ออยู่ มันไม่มีประโยชน์ที่ผมจะไปตอบโต้เขา ทำได้คือไม่ทำอะไร เพราะมันเกินขอบเขตของเรา ยิ่งเราไปตอบโต้ ยิ่งเราไปทำให้คนสนุกปาก ยิ่งทำให้คนบูลลี่กันไปมาแล้วมันก็จะไม่จบ ในเมื่อเรารู้อยู่แล้วว่าเราไม่ได้เป็นแบบนั้น มันเหมือนกับกระดาษที่เราก็เห็นแล้วว่ามันตอบสนองเขากลับไปแล้วเรียบร้อย ผมไม่ต้องทำอะไรแล้วด้วยซ้ำ”



ขอบคุณภาพจาก; oueiija



