สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. ว่า ในบทสัมภาษณ์ดังกล่าว ไวลส์ยังกล่าวด้วยว่า นายเจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ “เป็นนักทฤษฎีสมคบคิด” และตราหน้านายอีลอน มัสก์ มหาเศรษฐีเจ้าพ่อเทคโนโลยี ว่า “เป็นคนประหลาดสุด ๆ” รวมถึงแสดงความคิดเห็น “อย่างน่าสนใจ” เกี่ยวกับบุคคลสำคัญอีกหลายคน ในคณะบริหารภายใต้การนำของทรัมป์
อย่างไรก็ตาม ไวลส์ปฏิเสธบทสัมภาษณ์ในแวนิตี้ แฟร์ ว่าเป็นบทความโจมตีที่เขียนขึ้นอย่างไม่จริงใจ และตำหนินิตยสารว่า สร้างเรื่องราวที่วุ่นวาย และเป็นลบอย่างมากเกี่ยวกับทีมงานของทรัมป์
เธอยืนยันว่า ทีมงานของนิตยสาร “เจตนาละเลย” บริบทที่สำคัญในคำพูดเธอ ตลอดจนสิ่งที่เธอและอีกหลายคนกล่าวถึงเจ้าหน้าที่คนอื่น และผู้นำสหรัฐในทางที่ดี “กลับถูกตัดออก”
ขณะที่กองบรรณาธิการนิตยสารของแวนิตี้ แฟร์ ว่าคำพูดทั้งหมดอ้างอิงจากการที่ไวลส์ให้สัมภาษณ์หลายครั้งกับนายคริส วิปเปิล นักข่าวการเมืองอาวุโส ในช่วงปีที่ผ่านมาด้วย
Throughout the first year of Donald Trump’s second administration, Vanity Fair writer Chris Whipple has interviewed Susie Wiles, White House chief of staff, amid each moment of crisis.
— VANITY FAIR (@VanityFair) December 16, 2025
His insider’s account of Trump 2.0 joins the photography of Christopher Anderson for a… pic.twitter.com/61Dwohc9g4
อย่างไรก็ดี ทรัมป์กล่าวในภายหลังว่า ไวลส์ “พูดถูก” เกี่ยวกับบุคลิกของเขาที่เหมือนคนติดเหล้า แม้เขาจะไม่ดื่มเหล้าเลยก็ตาม พร้อมเสริมว่า “ไวลส์ทำได้ดีมาก”
ทั้งนี้ แวนิตี้ แฟร์ อ้างว่า ไวลส์กล่าวว่าทรัมป์มีบุคลิกแบบคนติดสุรา และดำเนินชีวิตด้วยความคิดที่ว่า ไม่มีอะไรที่เขาทำไม่ได้ รวมถึง “ฉันไม่ใช่ผู้สนับสนุนทรัมป์ และฉันไม่ได้โง่” (I’m not an enabler. I’m also not a bitch.)
นอกจากนั้น เธอพูดถึงมัสก์ว่าเป็น “นักแสดงเดี่ยวโดยสมบูรณ์” และเป็นผู้เสพติดเคตามีนอย่างเปิดเผย พร้อมวิจารณ์ผลงานของสำนักงานประสิทธิภาพรัฐบาล (ดอจ) ว่า คนที่มีเหตุผลไม่มีใครมองว่า การยุบหน่วยงานเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศสหรัฐ (ยูเอสเอด) คือเรื่องที่ดี.
เครดิตภาพ : AFP



