สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงไทเป สาธารณรัฐจีน เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. ว่า กระทรวงกลาโหมไต้หวันออกแถลงการณ์ ว่าสหรัฐอนุมัติโครงการจำหน่ายอาวุธยุทโธปกรณ์มูลค่ารวมมากกว่า 11,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 345,895 ล้านบาท) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในข้อตกลงซื้อขายอาวุธครั้งใหญ่ที่สุดระหว่างสองฝ่าย เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถของไต้หวัน ในการป้องปรามความเป็นไปได้ในการถูกรุกรานจากจีน


สำหรับอาวุธยุทโธปกรณ์ซึ่งจะมีการจำหน่ายในรอบนี้ ซึ่งเป็นครั้งที่สองในยุครัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกอบด้วยระบบขีปนาวุธหลายลำกล้องอัตราจรสูง (ไฮมาร์ส) ปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานฮาวอิตเซอร์ ขีปนาวุธต่อต้านรถถัง อากาศยานไร้คนขับหรือโดรน และอุปกรณ์สนับสนุนอีกหลายรายการ


แม้ข้อตกลงยังต้องผ่านการรับรองจากสภาคองเกรส แต่ทุกฝ่ายเชื่อว่าไม่น่ามีปัญหา อย่างไรก็ตาม ท่าทีโดยรวมของทรัมป์ยังคงสร้างความกังวลให้กับรัฐบาลไทเป เกี่ยวกับ “ความเต็มใจ” ของสหรัฐในการปกป้องทางทหารต่อไต้หวัน โดยทรัมป์ยังคงกดดันให้ไต้หวันเร่งเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมเพื่อพึ่งพาตนเองให้มากขึ้น ซึ่งประธานาธิบดี ไล่ ชิง-เต๋อ ผู้นำไต้หวัน ตอบรับด้วยการตั้งเป้าเพิ่มงบประมาณกลาโหมให้มากกว่า 3% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ในปีหน้า และขยับขึ้นเป็น 5% ภายในปี 2573.

เครดิตภาพ : AFP