เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ถึงสัตว์เลี้ยงและการควบคุมสุนัขจรจัดในกรุงเทพฯ ว่า ผมเลี้ยงสุนัขตัวแรกและตัวเดียว ตอนเรียนอยู่ที่อเมริกา ชื่อ ดัชชี่ ผมไปรับดัชชี่มาเลี้ยงจากสถานที่ดูแลสัตว์เลี้ยงที่คนเอามาปล่อย (Humane Society) ในเมืองเล็กๆ ที่ผมไปเรียนอยู่

ตอนรับมาเลี้ยง เขาอายุไม่กี่เดือน และก็อยู่ด้วยกันมาตลอด เรียนจบผมไปทำงานที่ชิคาโกสองปี ก็ไปด้วยกัน พานั่งเครื่องบินกลับมาเมืองไทยด้วยกัน (ดัชชี่มาในกรงอยู่ใต้ท้องเครื่องบิน) เขาจากไปในปี 2547 อายุ 15 ปี
กทม. เราก็มีสถานที่ดูแลสัตว์จรจัดคล้ายๆ กับ Humane Society สองแห่งครับ คือ 1. ศูนย์ควบคุมสุนัข กรุงเทพมหานคร ที่ประเวศ (ดูแลสุนัข 189 ตัว แมว 289 ตัว) 2. ศูนย์พักพิงสุนัขจรจัดกรุงเทพมหานครที่อุทัยธานี (ดูแลสุนัข 2,221 ตัว) เราไม่สามารถรับสุนัข แมว จรจัดทั้งหมดมาดูแลได้ เพราะทั้งสองศูนย์เรารองรับน้องๆ ได้ในหลักพัน ขณะที่สุนัข แมว จรจัดใน กทม. มีเป็นหลักแสน

ที่ผ่านมาอาจจะมีปัญหาในการบริหารจัดการ ตอนเราเข้ามาใหม่ๆ ทางเครือข่ายถึงกับเรียกศูนย์ของ กทม. ว่า “นรกของสัตว์” ทางรองแก้วและทีมงาน ก็ได้พยายามปรับปรุงสถานที่และการให้บริการให้ดีขึ้น อันดับแรกที่รองแก้วได้ไปปรับปรุง คือการทำให้ศูนย์พักพิงเป็นเหมือน “บ้าน” ของน้องๆ มีพื้นที่กว้างขวางเพียงพอต่อสัตว์ แม้จะเห็นตัวเลขพื้นที่มาก แต่เราต้องคิดถึงจำนวนสัตว์ที่อาศัยให้มี space ต่อตัวอยู่เพียงพอ ไม่แน่นเต็มตามที่แต่ก่อนเคยเป็นมา นอกจากนี้ ยังต้องมีเจ้าหน้าที่เป็นกะผลัดเวร มีหมอคอยตรวจสัตว์ต้องสงสัยเป็นโรค และต้องพาออกกำลังด้วย ซึ่งที่ศูนย์ฯ อุทัยธานี นอกจากจะรับเลี้ยงสัตว์จรที่ไปจากกรุงเทพฯ แล้ว ยังบริการคนที่อุทัย รวมถึงมีเจ้าหน้าที่เป็นคนอุทัยด้วย

เรายังนำร่องระบบรับเลี้ยงสัตว์จรของ กทม. เริ่ม Test Run ในปีนี้ ถ้าพวกเราอยากเลี้ยงสุนัข หรือ แมว ลองดูรายละเอียดที่ เพจ BKK Adopter หรือแวะไปที่ศูนย์ที่ประเวศได้นะ ทดลองพาเดินพาวิ่งในสนามออกกำลังกายได้ อาจจะเจอเพื่อนที่เราถูกใจและช่วยพาเขากลับบ้านได้ คุณหมอขัดสีฉวีวรรณฉีดยาทำหมันและฝึกเล็กๆ น้อยให้คุ้นกับคน นอกจากได้เพื่อนใหม่แล้ว ยังเป็นส่วนเล็กๆ ที่ช่วยแก้ปัญหาหมาแมวจรจัดของ กทม. ด้วย.







