เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. จากกรณีกลุ่มเครือข่ายทวงคืนช้างไทยในศรีลังกา ยื่นข้อเรียกร้องให้รัฐบาลไทยผ่านทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ให้นำพลายศรีณรงค์และพลายประตูผา ช้างไทย 2 เชือกที่ถูกส่งไปเป็นทูตสันถวไมตรีกลับมาไทย เนื่องจากห่วงปัญหาด้านสวัสดิภาพและสุขภาพสัตว์นั้น

โดยก่อนหน้านี้นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมตรีและรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หารือกับเอกอัครราชทูตศรีลังกา ประจำประเทศไทย พร้อมขอประสานให้สถานทูตทำหนังสือนำทีมประเทศเข้าพบประธานาธิบดีศรีลังกาในช่วงกลางเดือน ธ.ค.นี้ เพื่อติดตามความเป็นอยู่ของช้างทั้ง 2 เชือก

ล่าสุดนายสุชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก โดยระบุว่า เข้าใจดีถึงความห่วงใยและความรักที่ทุกท่านมีต่อพลายประตูผา และพลายศรีณรงค์ ช้างไทยทั้งสองเชือกที่อยู่ในศรีลังกา และรับฟังเสียงเรียกร้องของพี่น้องประชาชน ได้อ่านทุกข้อความ ที่ท่านแสดงความเห็นในกลุ่มต่างๆ ที่แสดงความเห็นอย่างหลากหลาย แต่ต้องขอบคุณความเห็นที่ “เข้าใจ” การทำงานของผม และเข้าใจสถานการณ์ ภายในประเทศที่ “ประชาชนของเรา” ก็ประสบปัญหาทั้งสถานการณ์น้ำท่วมและปัญหาชายแดน ที่คนไทยได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ทส.ได้เข้าไปช่วยเหลือในทุกมิติ ในภารกิจของเราที่ได้สื่อสารให้ประชาชนทราบทุกวัน ทั้งช่วยผู้อพยพที่ชายแดน ตั้งศูนย์พักพิง  ภารกิจลำเลียงผู้ป่วยด้วยเฮลิคอปเตอร์ การกู้ระบบประปา การทำความสะอาดเมืองและอีกหลายอย่างที่เราได้ทำ ซึ่งตัวเองและเจ้าหน้าที่ไม่เคยหยุดทำงานเลยสักวัน

อย่างไรก็ตาม อยากจะเรียนให้ทราบว่า รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ เราทำงานอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อนำช้างทั้งสองกลับบ้าน สิ่งที่เราได้ดำเนินการไปแล้ว ทส.ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อขอนัดหมายให้ตัวเองในฐานะรองนายกรัฐมนตรี และรมว.ทส. เดินทางไปเยี่ยมคารวะท่านประธานาธิบดีศรีลังกาด้วยตนเอง เพื่อหารือและผลักดันเรื่องนี้ในระดับผู้นำประเทศ โดยเสนอช่วงวันที่ 17-18 ธ.ค.นี้หรือวันอื่นภายในเดือน ธ.ค.นี้ ซึ่งได้รับหนังสือตอบกลับมาตามหนังสือแนบดังนี้

สถานการณ์ปัจจุบันที่ศรีลังกา สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโคลัมโบ ได้รับแจ้งจากกระทรวงการต่างประเทศศรีลังกา ว่า ในขณะนี้ “ทางการศรีลังกาไม่สามารถจัดการนัดหมายได้” เนื่องจากประเทศกำลังเผชิญ “วิกฤติอุทกภัยและแผ่นดินถล่มครั้งใหญ่” มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก และระบบสาธารณูปโภคทั่วประเทศได้รับความเสียหาย หน่วยงานภาครัฐทั้งหมดจึงต้องเร่งให้ความสำคัญกับภารกิจกู้ภัย บรรเทาทุกข์ และฟื้นฟูประเทศเป็นอันดับแรก แต่ทางสถานทูต ได้แจ้งว่า พลายประตูผาและพลายศรีณรงค์ปลอดภัยดี ไม่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติครั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูต ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปเยี่ยมพลายประตูผาที่วัดพระเขี้ยวแก้วแล้ว และได้รับการยืนยันจากผู้ดูแลว่าพลายศรีณรงค์ที่วัดเกลนียาก็ปลอดภัยเช่นกัน

นายสุชาติ ระบุว่า ทั้งนี้ ทส.จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และจะเร่งประสานงานเพื่อจัดการเยือนศรีลังกาในโอกาสแรกที่สถานการณ์เอื้ออำนวย เพื่อนำเรื่องนี้ไปหารือในระดับผู้นำอย่างจริงจัง และรัฐบาลทำงานหนักขึ้นทุกวัน ไม่เคยลดความพยายาม ขอให้ทุกท่านมั่นใจว่า การนำพลายประตูผาและพลายศรีณรงค์กลับบ้านยังคงเป็น “วาระสำคัญ” และจะอัปเดตความคืบหน้าให้ทุกท่านทราบอย่างต่อเนื่อง

ก่อนหน้านี้นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ให้สัมภาษณ์ว่า เป้าหมายที่ทีม ทส. โดยนายสุชาติ จะไปศรีลังกา จะเป็นการพูดคุยในลักษณะการขอความร่วมมือและแสดงความจำนงอยากขอให้นำช้างกลับมาใช้ชีวิตในบั้นปลายที่ประเทศไทย เป็นรูปแบบเดียวกับพลายศักดิ์สุรินทร์ ที่เดินทางกลับไทยในปี 2566

ส่วนเรื่องกรณีกรรมสิทธิ์ในตัวช้าง 2 เชือก เนื่องจากไทยเคยมอบให้รัฐบาลศรีลังกา และมอบให้ทางวัดไปดูแล ทำให้ต้องมีการพูดคุยกับทางวัดให้ชัดเจน ส่วนที่เกิดข้อเรียกร้องให้นำช้างไทยคืนกลับมานั้นเพราะห่วงเรื่องสวัสดิภาพช้างที่นำไปแห่พระธาตุ การเลี้ยงการกินอาหารนั้น มองต่างมุมว่าเป็นวัฒนธรรมการเลี้ยงต่างกัน และถ้าเทียบช้าง 2 เชือกยังไม่ได้มีอาการบาดเจ็บเท่ากับพลายศักดิ์สุรินทร์ ส่วนจะทันในรัฐบาลนี้หรือไม่นั้น ยืนยันว่าได้มีการเร่งในกระบวนการต่างๆ อย่างเต็มที่