เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. ที่ศูนย์แถลงข่าวร่วม สถานการณ์ไทย-กัมพูชา สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก นางมาระตี นะลิตา อันดาโม รองโฆษกประจำกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรีของอาเซียน สมัยพิเศษ ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 22 ธ.ค. 2568 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ โดยการประชุมดังกล่าว ได้รับความสนใจจากนานาประเทศอย่างกว้างขวางในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา

นางมาระตี กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ จะนำคณะผู้แทนไทย ประกอบด้วย ผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้แทนฝ่ายฝ่ายทหาร การชี้แจงของฝ่ายไทยต่อประชาคมระหว่างประเทศที่ผ่านมา ตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อมูล หลักฐาน และข้อเท็จจริง โดยการพิจารณาท่าทีและแนวทางในระยะต่อไป จะอาศัยการประเมินสถานการณ์ในพื้นที่เป็นสำคัญ โดยเฉพาะจากหน่วยงานด้านความมั่นคง เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยน ในเรื่องความมั่นคง และสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา

นางมาระตี กล่าวอีกว่า สำหรับการพูดคุยกับฝ่ายกัมพูชา ประเทศไทยไม่เคยปิดกั้นการเจรจา แต่ยึดถือหลักการสำคัญ 3 ประการมาโดยตลอด คือ ขอให้ฝ่ายกัมพูชาประกาศหยุดยิง ในฐานะที่เป็นฝ่ายรุกล้ำเข้ามาในดินแดนของไทย การหยุดยิงดังกล่าวต้องเกิดขึ้นจริงและต่อเนื่อง และขอให้ฝ่ายกัมพูชาแสดงความจริงใจในการร่วมมือกับฝ่ายไทย โดยเฉพาะในประเด็นการเก็บกู้ทุ่นระเบิดตามแนวชายแดน 

นางมาระตี กล่าวย้ำว่า ประเทศไทยปรารถนาให้เกิดสันติภาพ แต่สันติภาพที่ยั่งยืนจะต้องควบคู่ไปกับความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชนไทย ซึ่งเป็นหลักการที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้ชี้แจงกับหลายๆ ประเทศ ที่ได้หารือทางโทรศัพท์กับผู้แทนระดับสูงของหลายประเทศและองค์กรสำคัญ อาทิ นางคาจา คัลลาส ผู้แทนระดับสูงของสหภาพยุโรป นายหวัง อี้ รมว.ต่างประเทศของจีน รวมถึงนายมาร์โค รูบิโอ รมว.ต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา 

นางมาระตี กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ระหว่างการเดินทางเยือนประเทศญี่ปุ่นอย่างไม่เป็นทางการในลักษณะ Working Visit (เวิร์กกิ้ง วิสิท) รมว.การต่างประเทศ ยังได้พบหารือกับ รมว.ต่างประเทศของญี่ปุ่น เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ชี้แจงท่าที และสถานการณ์ล่าสุดของสถานการณ์ชานแดนไทย-กัมพูชา ด้วย