สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวระหว่างการให้สัมภาษณ์พิเศษกับเอ็นบีซีนิวส์ ว่ารัฐบาลวอชิงตัน “ไม่ตัดความเป็นไปได้” ในการทำสงครามกับเวเนซุเอลา


ก่อนหน้านี้ไม่นาน ทรัมป์กล่าวถึงประเด็นนี้ว่า ต้องมีการขอให้สภาคองเกรสอนุมัติก่อนหรือไม่ ซึ่งทรัมป์กล่าวว่า อันที่จริงตัวเขาไม่มีปัญหาหากต้องดำเนินการเช่นนั้น แต่มีความกังวลเช่นกันว่า นักการเมืองบางกลุ่ม “มักเจตนาทำให้ข้อมูลรั่วไหลออกมาก่อน” ดังนั้น เขาจึงมองว่า การแจ้งให้สภาคองเกรสทราบและขอรับการอนุมัติ “จึงไม่ใช่เรื่องสำคัญ” และ “ไม่จำเป็นต้องบอกก่อนด้วย”


ขณะที่นายมาร์โก รูบิโอ รมว.การต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า “สถานะปัจจุบัน” ของระบอบในเวเนซุเอลา “เป็นเรื่องที่ไม่สามารถรับได้อีกต่อไป” ในสหรัฐ ดังนั้น “เป้าหมายของเราคือการเปลี่ยนแปลงพลวัตดังกล่าว และนั่นคือเหตุผลที่ประธานาธิบดีกำลังดำเนินการในสิ่งที่เขาทำอยู่”


นับตั้งแต่เดือน ก.ย. ที่ผ่านมา กองทัพสหรัฐปฏิบัติการโจมตีทางอากาศหลายสิบครั้ง ต่อเรือที่ต้องสงสัยว่าลักลอบขนส่งยาเสพติดในแถบทะเลแคริบเบียนและมหาสมุทรแปซิฟิก ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตรวมมากกว่า 100 ราย และก่อให้เกิดข้อถกเถียงอย่างรุนแรง เกี่ยวกับความชอบธรรมทางกฎหมายของปฏิบัติการดังกล่าว


ด้านประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลา กล่าวว่า ปฏิบัติการทางทหารดังกล่าวของสหรัฐ มีเป้าหมายเพื่อการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง มากกว่าวัตถุประสงค์ในการสกัดกั้นยาเสพติดตามที่กล่าวอ้าง


ส่วนผลสำรวจความคิดเห็นของชาวอเมริกัน จัดทำเมื่อไม่นานมานี้ โดยมหาวิทยาลัยควินนิปิแอก ที่รัฐคอนเนตทิคัต ปรากฏว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 63% คัดค้านการใช้กำลังทางทหารกับเวเนซุเอลา และมีเพียง 25% ที่สนับสนุน.

เครดิตภาพ : AFP