เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 20 ธ.ค.ที่พรรคกล้าธรรม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม เปิดตัว นายไชยา พรหมา อดีต รมช.เกษตรและสหกรณ์ อดีต สส.หนองบัวลำภู เขต 2 พรรคเพื่อไทย นายวุฒิชัย กิตติธเนศวร อดีต สส.นครนายก 5 สมัย พรรคเพื่อไทย นายปิยวัฒน์ กิตติธเนศวร ว่าที่ผู้สมัคร สส.นครนายก เขต 1 นายศักดา คงเพชร อดีต สส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย นพ.ภูมินทร์ ลีธีระประเสริฐ อดีต สส.ศรีสะเกษ เขต 4 พรรคเพื่อไทย และนางนุชนาถ จารุวงษ์เสถียร อดีต สส.ศรีสะเกษ เขต 9 พรรคเพื่อไทย โดยมี นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะนายทะเบียนพรรค น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์พรรค ร่วมด้วย

ทั้งนี้ ในส่วนของ นพ.ภูมินทร์และนางนุชนาถ ก่อนหน้านี้สมัครสมาชิกพรรคภูมิใจไทยแล้ว แต่เกิดปัญหาพื้นที่ทับซ้อน จึงได้ตัดสินใจย้ายมาพรรคกล้าธรรม

โดย ร.อ.ธรรมนัส ได้กล่าวถึงนายไชยา ว่าเป็นพี่ที่ตนให้ความเคารพ ช่วงที่ทำงานด้วยกันในสมัยที่ตนเป็น รมว.เกษตรและสหกรณ์ และนายไชยา เป็น รมช.เกษตรฯ เห็นฝีไม้ลายมือ มีผลงานโดยเฉพาะเรื่องการปราบหมูเถื่อน และร่วมกันพัฒนาพื้นที่ในภาคท้องถิ่น จังหวัดบ้านเกิด จ.หนองบัวลำภู สร้างเครือข่ายภาคท้องถิ่นมาด้วยกัน พร้อมกับเชื่อว่า ทั้ง 7 คน มาร่วมอุดมการณ์พรรคกล้าธรรม ตนมีความมั่นใจว่าเป็นนักการเมืองที่มีคุณภาพ และเชื่อว่าทุกคนจะกลับเข้าสู่สภาในการเลือกตั้งครั้งหน้า และต้อนรับทุกคนเข้าสู่ครอบครัวกล้าธรรม

เมื่อถามว่า มั่นใจว่าพื้นที่ภาคอีสานเป็นพื้นที่ของพรรคภูมิใจไทยจะหลีกกันหรือไม่ ในการปราศรัยโจมตีกัน ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่า การเลือกตั้งถ้าเราไปคิดแบบนี้ ประชาชนก็จะไม่มีความเชื่อมั่น เพราะฉะนั้นเมื่อเข้าสู่สนามการเลือกตั้งก็คือสนามรบ เมื่อรบเสร็จแล้ว เสร็จกระบวนการเลือกตั้ง ก็ทำงานร่วมกันต่อ

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวระบุอีกว่า หลังจากนี้จะมีการเปิดตัวบ้านใหญ่เพิ่มขึ้นอีก แต่จะต้องปรึกษาทีมกฎหมาย ว่าจะสามารถดำเนินการอย่างไรได้ต่ออีกหรือไม่ ซึ่งก็มีหลายคนโทรฯ หาตนเอง

ด้านนายไชยา กล่าวว่า เหตุผลที่ตนตัดสินใจมาร่วมทำงานพรรคกล้าธรรม เนื่องจากเห็นถึงความตั้งใจว่ามีนโยบายที่ชัดเจน โดยเฉพาะภาคการเกษตร ซึ่งตนมาจากพื้นฐานที่นั่น เป็น สส. มา 9 สมัย อยู่กับเกษตรกรชาวไร่ ชาวนา และ จ.หนองบัวลำภู มีตัวเลขทางรายได้ทางเศรษฐกิจลำดับท้ายๆ ของประเทศ เพราะฉะนั้นตนคิดว่าปัญหาของเกษตรกรในพื้นที่ถือเป็นปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไข และที่ผ่านมามักจะถูกละเลยในพื้นที่ภาคอีสาน ตนเห็น ร.อ.ธรรมนัส และพรรคกล้าธรรม ในฐานะที่รับผิดชอบกระทรวงเกษตรฯ เป็นนโยบายระดับรากหญ้าอย่าแท้จริง ในการที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและชาวอีสานได้ จึงตัดสินใจมาร่วมกับพรรรคกล้าธรรม

เมื่อถามว่า ประชาชนในพื้นที่ยอมรับหรือไม่ กับการตัดสินใจในครั้งนี้ นายไชยา ระบุว่า ต้องอธิบายด้วยเหตุและผล ถึงการตัดสินใจครั้งนี้ ว่าไม่ใช่การตัดสินใจเพื่อตัวเอง แต่เป็นการตัดสินใจเพื่อประชาชน ไม่ใช่เฉพาะ จ.หนองบัวลำภู แต่รับผิดชอบพื้นที่ภาคอีสานทั้งหมด

เมื่อถามว่า จะสามารถสู้กับตัวแทนผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทยได้หรือไม่ นายไชยา กล่าวว่า ยังมั่นใจว่ามันสู้ได้อยู่แล้ว เพราะเคยสู้กันมาคู่ต่อสู้ก็สู้กันมาหลายยก ไม่ได้เป็นปัญหาอุปสรรค เวทีการเลือกตั้งก็ต้องสู้กัน เราเป็นนักรบ เราเป็นนักสู้ ก็ต้องต่อสู้กันในทางการเมือง แต่ขึ้นอยู่กับประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน

เมื่อถามว่า จะอธิบายกับประชาชนอย่างไรหลังถูกข้อครหาว่าเป็น สส.งูเห่า นายไชยา ระบุว่า ถ้าจะกล่าวหาคำนั้น เหตุใดตนถึงต้องมาอยู่พรรคกล้าธรรม ไม่ไปอยู่กับพรรคที่อยู่ในกระแสไม่ดีกว่าหรือ แต่ที่ตนต้องเลือกพรรคกล้าธรรม เพราะเข้าได้กับทุกฝ่าย จากวันนี้ไปเป็นเรื่องของการจับมือในการทำงาน เพราะฉะนั้นความขัดแย้งในทางการเมือง ซึ่งอย่ามาบอกว่าเป็นงูเห่า แต่เชื่อว่าการตัดสินใจครั้งนี้เป็นการตัดสินใจเพื่อประชาชนภาคอีสาน เพราะเมื่อลงพื้นที่ ชาวบ้านยังถามว่าสิ่งที่รับปากไว้ตอนเป็นรัฐบาล 2 ปี ยังมีอะไรที่ยังค้างคาใจประชาชนอยู่ เช่น เงินดิจิทัลวอลเล็ต ประชาชนทวงถาม ปัญหาหลายอย่าง เงินช่วยเหลือปัญหาด้านภาคการเกษตร เป็นเงินช่วยเหลือเกษตรกร เราเป็นรัฐบาลมา 2 ปี ก็ยังตอบคำถามเขาไม่ได้ และพื้นที่หนองบัวลำภู ปลูกอ้อยให้มากที่สุด เพราะมีอุตสาหกรรมอ้อย เมื่อให้ลดการเผาเพื่อลดฝุ่น PM 2.5 และไปรับปากว่าจะชดเชยให้เงิน 120 บาทต่อตัน วันนี้ก็ยังรอคำตอบอยู่ สิ่งเหล่านี้คือปัญหา 2 ปีที่ถามว่ารับปากแล้วลืมเขาแล้วหรือ ซึ่งตนคิดว่าเรื่องนี้ต้องหาคนไปแก้ไขปัญหา ซึ่งพรรคกล้าธรรมที่รับผิดชอบกระทรวงเกษตรฯ จะตอบโจทย์ประชาชนได้

ร.อ.ธรรมนัส ยังกล่าวเพิ่มเติมถึงกรณีที่นายไชยา ถูกครหาว่าเป็น “งูเห่า” ว่า พวกตนที่อยู่พรรคกล้าธรรม ล้วนมาจากพรรคไทยรักไทยเดิม พลังประชาชน และเพื่อไทย แสดงว่าพวกเราก็เป็นงูด้วยกัน ซึ่งระหว่างนั้น ร.อ.ธรรมนัส ได้โน้มตัวไปเกาะไหล่นายไชยา ก่อนกล่าวว่า ตนก็ถือว่ามีบทบาทในการสร้างครอบครัวไทยรักไทยให้โตขึ้น เพราะฉะนั้นคำว่างูเห่าในครอบครัวกล้าธรรมไม่ใช่
ขณะที่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคลงตัวแล้วหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตนต้องรอพี่น้องมาให้ครบก่อนถึงจะสามารถคุยกันได้

นายไชยา ยังกล่าวว่า พื้นที่ภาคอีสานมีการต่อสู้ทางการเมืองอย่างเข้มข้น ที่ผ่านมาพรรคการเมืองแต่ละพรรคก็ไปสัญญากับคนภาคอีสานไว้มาก และได้คะแนนเสียงจากคนอีสานไปเป็นกอบเป็นกำ แต่พอเข้ามาสู่การบริหารประเทศ ก็มักจะลืมคำที่เคยสัญญากับประชาชนเอาไว้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่พรรคกล้าธรรมเคยให้สัจจะวาจา เป็นคนที่ทำจริงปฏิบัติจริง และหวังผลที่จะแก้ไขปัญหาอย่างแท้จริง ตอบโจทย์ปัญหาชาวอีสาน จึงมีความมั่นใจว่าพื้นที่ภาคอีสานจะต้อนรับคนที่ตั้งใจในการทำงานให้กับเกษตรกร

เมื่อถามว่า ในวันสมัครรับเลือกตั้งจะเดินทางไปด้วยวิธีใด จะปั่นจักรยาน นั่งรถเมล์ หรือเดิน ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เดี๋ยวให้ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์พรรค คิดว่าจะเป็นธีมไหน ยืนยันว่าตนจะพาผู้สมัครไปด้วยตัวเอง
นอกจากนี้ ร.อ.ธรรมนัส ยังมีการถ่ายภาพร่วมกับบรรดาว่าที่ผู้สมัคร กทม. ของพรรคด้วย.



