เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. 68 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากผู้พักอาศัยจำนวนมากในคอนโดฯ แห่งหนึ่ง ใน อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี หลังพบว่า ผู้จัดการนิติบุคคล ซึ่งเป็นหญิงวัย 63 ปี ใช้พื้นที่ส่วนกลางในการเพาะเลี้ยงสุนัขพันธุ์ไทยหลังอาน เกือบ 100 ตัว โดยจุดที่เลี้ยงสุนัขนั้นอยู่บนดาดฟ้าชมวิวทัศนียภาพอันสวยงาม ที่สามารถมองเห็นวิวของแม่น้ำเจ้าพระยา รอบ 360 องศา แต่มีการกั้นคอกเหล็กลูกกรงผสมพันธุ์สุนัขขายอย่างถาวร พร้อมทั้งใส่กุญแจคล้องทางขึ้นไว้ไม่ให้ผู้พักอาศัยได้ขึ้นไปใช้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจในการชมวิวบนชั้นดาดฟ้า ทำให้คอนโดฯ สูงชั้น 12 แห่งนี้ โดยเฉพาะชั้น 12 ผจก.นิติบุคคล ยึดพื้นที่เลี้ยงสุนัขทั้งชั้น

อีกทั้งสร้างมลพิษ มีกลิ่นขี้สุนัขเหม็นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ จนผู้พักอาศัยในคอนโดฯ ต้องรวมตัวกันร้องเทศบาล และมีการขอให้เลือกตั้ง ผจก.คนใหม่ กระทั่งได้ผู้จัดการนิติบุคคลคนใหม่เข้ามาบริหารงานแทนคนเก่า แต่ก็ยังติดปัญหาที่อดีตผู้จัดการนิติบุคคลหญิงคนดังกล่าว ยังไม่ยอมย้ายสุนัขออกไป จนเทศบาลต้องเข้ามาเจรจา ก่อนทำหนังสือให้เซ็นรับสภาพและรับปากว่าจะย้ายสุนัขออกไปจากบนชั้นดาดฟ้าซึ่งมีอยู่ จำนวนทั้งสิ้น 78 ตัว

นายศวัส บ่อจักรพันธ์ อายุ 56 ปี ผจก.นิติบุคคลคนใหม่ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า หลังลูกบ้านชาวคอนโดฯ ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งและให้ตนเข้ามาดูแลบริหารคอนโดฯ แห่งนี้ พบว่าไม่มีการเลือกตั้งผู้จัดการนิติบุคคลมานาน หลายสิบปีแล้ว สภาพคอนโดฯ ไม่มีการพัฒนา อยู่กันไปแบบตามมีตามเกิด รวมทั้งอดีตผู้จัดการนิติบุคคลคนเก่า ได้ใช้พื้นที่ส่วนกลาง ไม่ว่าจะเป็นบริเวณชั้น 12 และชั้นดาดฟ้า เป็นที่เลี้ยงสุนัข จำนวน 78 ตัว ทำให้บริเวณชั้นดาดฟ้าเต็มไปด้วยขี้สุนัข ส่วนชั้น 12 ที่อดีตผู้จัดการนิติบุคคลคนนี้มีห้องอยู่ 4 ห้อง ก็ใช้เป็นที่เพาะเลี้ยงสุนัข

ทำให้มีกลิ่นขี้สุนัขคละคลุ้งรบกวนเพื่อนบ้านชาวคอนโดฯ ที่อาศัยอยู่ ตนและลูกบ้านได้ร้องเรียนไปที่เทศบาลนครปากเกร็ด จนกระทั่งเจ้าหน้าที่จากกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมเข้ามาพูดคุยเจรจาให้เขาขนย้ายสุนัขออกไปก่อนหน้านี้แล้วจำนวนมาก จนปัจจุบันเหลือสุนัขอีก 29 ตัว เขารับปากว่าจะย้ายออกไปให้หมดภายในสิ้นเดือนนี้ ทางตนและลูกบ้านก็เข้าใจ แต่หวังว่าเขาจะรับปากทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับเทศบาล ตนแรกลูกบ้านเป็นเพียงกลุ่มจิตอาสาเล็กๆ ที่พร้อมใจจะร่วมกันพัฒนาคอนโดฯ แห่งนี้ให้เป็นคอนโดฯ ที่น่าอยู่อาศัยในวันข้างหน้า

น.ส.พิมพ์พิพัฒณ์ อายุ 45 ปี ซื้อห้องพักอาศัยอยู่ชั้น 11 เผยว่า ตนได้รับความเดือดร้อนมานานหลายสิบปี หลังจากที่อดีตผู้จัดการหญิงคนนี้ ใช้คอนโดฯ เป็นที่เพาะเลี้ยงสุนัขพันธุ์ไทยหลังอาน ตอนกลางคืนต้องทนฟังเสียงสุนัขเห่าหอนทั้งคืนจนไม่ได้หลับไม่ได้นอน เคยไปบอกเขาแล้วให้แก้ไข เขาก็เพิกเฉยไม่สนใจ อาศัยที่ตัวเองเป็นผู้จัดการนิติบุคคล จะทำอะไรก็ได้ไม่สนใจลูกบ้าน วันนี้ได้ผู้จัดการนิติบุคคลคนใหม่แล้วพบว่าสภาพความเป็นอยู่ของคอนโดฯ ดีขึ้นทุกอย่าง ไม่ว่าจะเรื่องของความสะอาด กลิ่นสุนัข รวมทั้งขยะที่หมักหมม ก็ถูกเก็บนำไปทิ้งจนสภาพแวดล้อม ทุกอย่างดีขึ้นก็รู้สึกดีใจ อยากให้ทีมผู้บริหารที่เข้ามาใหม่ รวมทั้งลูกบ้านทุกคนพร้อมแรงพร้อมใจช่วยกันพัฒนาให้คอนโดฯ แห่งนี้เป็นคอนโดฯ ที่น่าอยู่

ต่อมาทางนายศวัส ผู้จัดการบุคคลและชาวบ้านได้พาผู้สื่อข่าวขึ้นไปยังบริเวณจุดชมวิวดาดฟ้า พบว่ามีการกั้นคอกเหล็กเป็นคอกๆจำนวนหลายคอก เพื่อใช้เพาะเลี้ยงสุนัข โดยพบว่าชั้นดาดฟ้าแห่งนี้เป็นจุดชมวิวที่สวยงาม สามารถเห็นวิวทัศนียภาพของแม่น้ำเจ้าพระยา ไม่ว่าจะฝั่งเกาะเกร็ดหรืออ้อมเกร็ด โดยสภาพบริเวณพื้นที่ดาดฟ้าแห่งนี้เต็มไปด้วยขี้สุนัข ทาง ผจก.นิติบุคคลคนใหม่ ให้แม่บ้านมาเก็บทำความสะอาดและรวบรวมไว้เป็นกองมหึมา และก่อนหน้านี้ก็มีการนำไปทิ้งเป็นจำนวนมากมาแล้ว หากบนจุดดาดฟ้าชมวิวแห่งนี้มีการพัฒนาที่ดี จะเป็นจุดพักผ่อนหย่อนใจที่สวยงามของชาวคอนโดฯ แห่งนี้

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์ติดต่อสัมภาษณ์อดีตผู้จัดการหญิงรายนี้ ก็ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ พูดเพียงสั้นๆ กับผู้สื่อข่าวว่า ตนได้เซ็นรับรองทำหนังสือกับทางเทศบาลไว้แล้วและจะย้ายสุนัขที่เหลือออกไปให้หมดภายในสิ้นเดือนนี้ โดยไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวเข้าไปยังบริเวณห้องพักชั้น 12 จำนวน 4 ห้อง ซึ่งใช้เป็นที่เลี้ยงสุนัข โดยผู้สื่อข่าวสังเกตเห็นสุนัขพันธุ์ไทยหลังอาน จำนวนหลายตัว ส่งเสียงเห่าหอนดังเมื่อเห็นผู้สื่อข่าวและชาวคอนโดฯ ขึ้นมายังจุดนี้ โดยอดีตผู้จัดการหญิงรายนี้อยู่ในห้องและไม่ออกมาพบผู้สื่อข่าวกับลูกบ้านแต่อย่างใด