สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 21 ธ.ค.ว่าประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน กล่าวว่า จนถึงตอนนี้ ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ยังไม่รับรู้ถึงแรงกดดัน “ในระดับที่ควรจะเป็น” เพื่อการยุติสงครามในยูเครน และขอเรียกร้องให้รัฐบาลวอชิงตันแสดงออกอย่างชัดเจนกว่านี้ ว่าหากไม่ต้องการดำเนินการทางการทูต “ต้องมีการกดดันอย่างเต็มรูปแบบ”
ทั้งนี้ เซเลนสกีเน้นย้ำถึง “ความจำเป็น” ในการขยายมาตรการคว่ำบาตรให้ครอบคลุมเศรษฐกิจรัสเซียทั้งหมด และขอให้พันธมิตรตะวันตกเพิ่มการจัดหาอาวุธให้แก่ยูเครน
ท่าทีดังกล่าวของเซเลนสกีเกิดขึ้น ในเวลาเดียวกับที่ นายคีริลล์ ดมิทรีเยฟ ผู้แทนพิเศษของรัสเซีย นำคณะเดินทางมายังเมืองไมอามี ในรัฐฟลอริดา เพื่อพบหารือกับเจ้าหน้าที่ของสหรัฐ นำโดยนายสตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษของทำเนียบขาว และนายจาเร็ด คุชเนอร์ บุตรเขยของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ
Zelensky says only US can persuade Russia to end Ukraine warhttps://t.co/M5p4B686tt
— South China Morning Post (@SCMPNews) December 20, 2025
ดมิทรีเยฟกล่าวเพียงว่า “การหารือเป็นไปอย่างสร้างสรรค์” แต่จะมีการพูดคุยกันต่อ โดยจนถึงตอนนี้ รัฐบาลทรัมป์พยายามผลักดันแผนสันติภาพ ซึ่งสหรัฐเสนอหลักประกันด้านความมั่นคงให้แก่ยูเครน อย่างไรก็ตาม รัฐบาลเคียฟอาจต้องยอมสละดินแดนบางส่วน ซึ่งเป็นแนวคิดที่ยูเครนไม่เห็นด้วย
อย่างไรก็ดี นายมาร์โก รูบิโอ รมว.การต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า จะไม่บังคับให้ยูเครนยอมรับข้อตกลงใดก็ตาม โดยกล่าวว่า “จะไม่มีข้อตกลงสันติภาพใดเกิดขึ้น หากยูเครนไม่เห็นชอบ”
นอกจากนี้ มีรายงานเกี่ยวกับความพยายามผลักดันให้เกิดการเจรจาไตรภาคี ระหว่างสหรัฐ รัสเซีย และยูเครน โดยอาจขยายเป็นแบบจตุภาคี ที่จะเปิดโอกาสให้ยุโรปส่งผู้แทนเข้าร่วม แต่หลายฝ่ายมองว่า มีความเป็นไปได้ต่ำมาก ที่รัฐบาลมอสโกจะร่วมการหารือในรูปแบบนี้.
เครดิตภาพ : AFP



