เมื่อวันที่ 21 ธ.ค. ดร.ภัทรพงษ์ แสงไกร อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวในการแถลงข่าวร่วมสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ว่า  ในการสู้รบจะมีกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองพลเรือน ซึ่งหัวใจสำคัญ คือในการปฎิบัติการทางทหารจะต้องสร้างสมดุลระหว่างความจำเป็นทางทหาร กับหลักมนุษยธรรม เพื่อคุ้มครองบุคคลที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการสู้รบโดยตรง หรือไม่ได้เกี่ยวข้องแล้ว และนำมาสู่หลักการข้อที่หนึ่ง คือ การแยกแยะระหว่างพลเรือนและทหาร  ในการปฎิบัติการนั้นต้องพุ่งเป้าไปยังเป้าหมายที่เป็นทหารเท่านั้น พลเรือนจะต้องไม่ตกเป็นเป้าของการโจมตี อย่างไรก็ตามในสภาพความเป็นจริงอาจจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่พลเรือนอาจจะได้รับความเสียหายในทางอ้อม หรือผลกระทบทางอ้อม

ด้วยเหตุนี้กฎหมายมนุษยธรรมจึงได้กำหนดหลักการขึ้นมาอีก 2 ข้อ เพื่อคุ้มครองพลเรือนเป็นการเฉพาะ หลักการแรกคือ “การใช้ความระมัดระวัง“ ในการสู้รบทุกฝ่ายต้องใช้กันระมัดระวังเท่าที่จำเป็นเพื่อเลี่ยงหรือลดความเสียหายต่อพลเรือน  ขณะเดียวกันต้องปกป้องคุ้มครองประชาชนของตัวเองไปด้วย ส่วนหลักการข้อที่สองคือการกำหนดการได้สัดส่วน โดยการโจมตีแต่ละครั้งรัฐหรือกองกำลังจะต้องเปรียบเทียบ 2 สิ่ง สิ่งแรกคือความได้เปรียบทางการทหารจากการโจมตีนั้นเป็นอย่างไร สิ่งที่สองเปรียบเทียบว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นกับพลเรือนนั้นมีมากน้อยแค่ไหน ซึ่งหลักการได้สัดส่วนนั้นกำหนดว่า หากความเสียหายต่อพลเรือนมากเกินไปจนไม่ได้สัดส่วน กรณีเช่นนี้อาจมีความจำเป็นต้องระงับยับยั้งการโจมตีนั้นไป  นี่เป็นหลักการพื้นฐานที่จำเป็นอย่างยิ่งในการคุ้มครองพลเรือนในภาวะสงคราม

“หากใช้คำกล่าวของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศหรือศาลโลก หลักการเหล่านี้ถือว่าล่วงละเมิดไม่ได้ อย่างไรก็ตามจากรายงานข่าวเราพบพยานหลักฐานว่า กองกำลังกัมพูชาได้ละเมิดหลักการพื้นฐานเหล่านี้มาอย่างต่อเนื่อง สิ่งหนึ่งที่เป็นปัญหาอย่างยิ่งคือการใช้โล่มนุษย์ ซึ่งนิยามชัดเจนว่าเป็นสิ่งต้องห้ามตามกฎหมายระหว่างประเทศ เท่านั้นยังไม่พอยังเป็นอาชญากรรมระหว่างประเทศที่บัญญัติไว้อย่างชัดเจนภายใต้กฏบัตรของศาลอาญาระหว่างประเทศ ซึ่งจากหลักฐานที่เราได้เห็นในรายงานข่าวคือ มีการใช้พื้นที่บ้านเรือนของประชาชนเป็นจุดสะสมอาวุธ หรือเป็นพื้นที่ใช้สำหรับโจมตีฝ่ายไทย เราเห็นรายงานข่าวนำพลเรือนไปอยู่ในพื้นที่ที่มีการสู้รบโดยตรง สิ่งเหล่านี้อาจจะเรียกว่าเป็นการเข้าข่ายใช้โล่มนุษย์ที่ขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศอย่างชัดเจน ซึ่งจากพยานหลักฐานเหล่านี้อาจสรุปได้ว่ากองกำลังของฝ่ายกัมพูชามีการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการใช้โล่มนุษย์” ดร.ภัทรพงษ์ กล่าว

ดร.ภัทรพงษ์ ยังได้ยกคำกล่าวของนางมีรยานา สปอลยาริช เอ็กเกอร์ ประธานคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ ซึ่งระบุ ไว้ในการแสดงปาฐกถาสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธรเกี่ยวกับกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศซึ่งจัดขึ้นโดยกระทรวงการต่างประเทศของประเทศไทยเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ว่า “การคุ้มครองพลเรือนในภาวะสงครามเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ เมื่อใดก็ตามที่พลรบเคารพกฎเกณฑ์แห่งสงคราม เมื่อใดก็ตามที่พวกเขาละเว้นจากการทำร้ายพลเรือนปกป้องโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญและดูแล ผู้ได้รับบาดเจ็บเมื่อนั้นพวกเขาจะช่วยลดต้นทุนระยะยาวของความขัดแย้งเมื่อนั้นพวกเขาจะทำให้การฟื้นฟูหลังสงครามเป็นไปได้และเมื่อนั้นพวกเขาจะธำรงไว้ซึ่งโครงสร้างของสังคมที่จำเป็นต่อการสร้างสันติภาพ”