เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2569 พ.ต.อ.สรายุทธ แสงทอง ผกก.สภ.นครหลวง พร้อมพนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่สายตรวจ ชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่สมาคมอยุธยารวมใจ เข้าตรวจสอบเหตุพบศพชายเสียชีวิตอยู่ภายในป่าหญ้าริมถนนทางหลวงหมายเลข 3063 สายบ่อโพง–แยกโคกมะลิ ใกล้โรงงานปุ๋ย หมู่ 5 ต.คลองสะแก อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา

ที่เกิดเหตุพบศพชาย 1 ราย สภาพเน่าเปื่อยและขึ้นอืด นอนเสียชีวิตอยู่กลางพงหญ้าสูงติดคลองชลประทาน คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 3–4 วัน ส่งกลิ่นเหม็นคลุ้งไปทั่วบริเวณ ใกล้กันพบกระเป๋าสะพายผ้าของผู้หญิง 1 ใบ มีดปังตอ 1 เล่ม และปลั๊กไฟ 1 ชุด ตกอยู่ข้างศพ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

ก่อนเกิดเหตุ ชาวบ้านในพื้นที่ได้กลิ่นเหม็นเน่าโชยคลุ้งมานานหลายวัน แต่ไม่สามารถหาต้นตอได้ รวมทั้งได้ยินเสียหมาหอน กระทั่งช่วงเช้าวันเดียวกัน กลิ่นรุนแรงผิดปกติ จนชาวบ้านเชื่อว่าไม่น่าใช่ซากสัตว์ทั่วไป

นายเศกศักดิ์ สุขเวชกิจ อายุ 48 ปี ผู้พบศพคนแรก เปิดเผยว่า ได้กลิ่นเหม็นลอยเข้ามาในบ้านติดต่อกันหลายวัน ตอนแรกคิดว่าอาจเป็นสุนัขถูกรถชนแล้ววิ่งมาตายในป่าข้างทาง กระทั่งเมื่อคืนที่ผ่านมา กลิ่นเริ่มรุนแรงขึ้น จึงออกมาสำรวจ แต่ยังไม่พบสิ่งผิดปกติ เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมืดและไม่มีแสงไฟ

ต่อมาในช่วงเช้าวันนี้ หลังมีลมแรงและฝนตก ทำให้กลิ่นเหม็นตลบอบอวลมากขึ้น จึงตัดสินใจเดินลุยพงหญ้าเข้าไปตรวจสอบอีกครั้ง ก่อนพบว่าเป็นศพมนุษย์ จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบทันที

ต่อมาทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ นายจันทร์ สังวรศิลป์ อายุ 66 ปี หรือ “ลุงจันทร์” เป็นผู้ย้ายทะเบียนบ้านมาอยู่ในพื้นที่อำเภอนครหลวงหลายปี มีอาชีพรับจ้างทั่วไป

นางวรนุช สงเคราะห์ธรรม อายุ 59 ปี แม่ค้าในหมู่บ้าน เปิดเผยว่า ผู้เสียชีวิตเป็นคนรู้จักของชาวบ้าน เดิมชอบดื่มสุรา แต่ภายหลังเลิกดื่มแล้ว โดยปกติจะมานั่งพูดคุยกับชาวบ้านและร้านค้าเป็นประจำ อีกทั้งชาวบ้านมักช่วยเหลือเรื่องอาหารและน้ำดื่ม เนื่องจากอายุมากและไม่มีที่พักเป็นหลักแหล่ง มักอาศัยนอนตามศาลาพักผู้โดยสาร

นางวรนุช กล่าวอีกว่า ลุงจันทร์หายตัวไปเกือบ 7 วัน ชาวบ้านช่วยกันตามหาแต่ไม่พบ กระทั่งช่วงเช้ามีคนมาบอกว่าพบศพชายเสียชีวิตริมถนน ห่างจากร้านไม่ถึง 1 กิโลเมตร เมื่อตามไปดูก็พบว่าเป็น “ลุงจันทร์” จริง ทำให้รู้สึกตกใจและสงสารเป็นอย่างมาก

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางใกล้เคียง พร้อมสอบปากคำชาวบ้านและบุคคลใกล้ชิด เพื่อไล่ไทม์ไลน์ก่อนหายตัวไป โดยยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง ทั้งการเสียชีวิตจากโรคประจำตัว อุบัติเหตุ หรือการถูกทำร้าย อย่างไรก็ตาม ต้องรอผลการชันสูตรจากแพทย์นิติเวชอย่างละเอียด เพื่อสรุปสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป