เมื่อวันที่ 21 ธ.ค. อำเภอเฉลิมพระเกียรติ สถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ไม่เพียงประชาชนในพื้นที่ชายแดนเท่านั้น แต่ยังลุกลามถึงภาคการท่องเที่ยว โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอย่างอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง และปราสาทเมืองต่ำ จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งขณะนี้มีนักท่องเที่ยวลดลงเกือบร้อยละ 80
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเกิดเหตุปะทะระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชาระลอกที่สอง ตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคม 2568 ต่อเนื่องยาวนานกว่า 14 วัน ทำให้นักท่องเที่ยวจำนวนมาก โดยเฉพาะชาวต่างชาติ ชะลอหรือยกเลิกการเดินทาง เนื่องจากกังวลด้านความปลอดภัย แม้สถานที่ท่องเที่ยวดังกล่าวจะอยู่นอกพื้นที่การปะทะก็ตาม
ผลกระทบดังกล่าวยังสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ประกอบการและแม่ค้าที่ค้าขายบริเวณแหล่งท่องเที่ยว ต้องหยุดการขายสินค้าโดยปริยาย เนื่องจากแทบไม่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมา

นางป่าน บุญทวี อายุ 74 ปี แม่ค้าขายสินค้าบนเขาพนมรุ้ง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ เปิดเผยว่า นักท่องเที่ยวหายไปเกือบทั้งหมด ส่งผลให้ขาดรายได้อย่างหนัก นับเป็นครั้งที่สองที่ได้รับผลกระทบจากเหตุปะทะชายแดน โดยครั้งก่อนต้องหยุดขายเพียง 5 วัน แต่ครั้งนี้สถานการณ์ยืดเยื้อ ทำให้เดือดร้อนมากกว่าเดิม พร้อมอยากให้เหตุการณ์ยุติโดยเร็ว เพื่อจะได้กลับมาค้าขายตามปกติ
ขณะที่นายณัทกฤช วัชรจารุกุล นักท่องเที่ยวชาวจังหวัดราชบุรี ซึ่งเดินทางมาเที่ยวปราสาทพนมรุ้ง กล่าวว่า ตนมีความศรัทธาในความศักดิ์สิทธิ์ของปราสาทพนมรุ้ง จึงตั้งใจเดินทางมาสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนเข้าสู่ปีใหม่ ส่วนสถานการณ์ชายแดนไม่ได้สร้างความกังวล เนื่องจากเชื่อมั่นว่า หากเป็นพื้นที่เสี่ยง เจ้าหน้าที่คงไม่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามา

ด้านนายนภสินธุ์ บุญล้อม หัวหน้าอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง เปิดเผยว่า ปกติจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยี่ยมชมเฉลี่ยสัปดาห์ละประมาณ 8,000 คน แต่หลังเกิดเหตุความไม่สงบ ตัวเลขลดลงเหลือเพียงราว 1,900 คนต่อสัปดาห์ หรือหายไปเกือบร้อยละ 80 โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่แทบไม่เดินทางเข้ามาเลย
ทั้งนี้ นายนภสินธุ์ยืนยันว่า อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้งและปราสาทเมืองต่ำ ซึ่งอยู่ห่างกันประมาณ 6 กิโลเมตร ตั้งอยู่ในเขตอำเภอเฉลิมพระเกียรติ ไม่ได้เป็นพื้นที่สีแดงหรือพื้นที่เฝ้าระวัง และได้รับข้อมูลยืนยันจากหน่วยทหารแล้วว่าเป็นพื้นที่ปลอดภัย นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาเที่ยวชมได้ตามปกติ



