สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. ว่าผลสำรวจความคิดเห็นชาวอเมริกัน ซึ่งจัดทำเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นความร่วมมือระหว่างสถานีโทรทัศน์ซีบีเอสกับศูนย์วิจัยยูกอฟ ปรากฏว่า มีกลุ่มตัวอย่างเพียง 37% ที่ให้การยอมรับในวิธีการจัดการด้านเศรษฐกิจโดยรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลดลงจาก 40% จากการสำรวจเมื่อช่วงต้นเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา และลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 51% ในการสำรวจเมื่อช่วงต้นเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา
ขณะที่คะแนนการไม่ยอมรับรัฐบาลทรัมป์ในเรื่องนี้ เพิ่มสูงขึ้นเป็น 63% ด้านประเด็นเรื่องเงินเฟ้อ มีกลุ่มตัวอย่างเห็นชอบกับการแก้ปัญหาของรัฐบาลกลางเพียง 34% เมื่อเทียบกับ 66% ที่ตอบว่าไม่เห็นชอบ ส่วนตัวเลขความพึงพอใจด้านนโยบายตรวจคนเข้าเมืองนั้นอยู่ในระดับที่สูงกว่าเล็กน้อย คือ 46% เทียบกับ 54% ของผู้ที่ไม่ยอมรับ
สำหรับคะแนนนิยมโดยรวมของทรัมป์ จากการสำรวจครั้งนี้อยู่ที่ 41% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 40% เมื่อเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา แต่ยังคงต่ำกว่าระดับ 44% ในเดือน ก.ย. และที่เคยสูงถึง 53% เมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา
President Trump placed blame on former President Joe Biden for the state of the economy seven times during his prime-time address this past week. But a new CBS News poll finds that in the public mind, it is more Trump's economy than Biden’s. https://t.co/7rcvGLhfAJ pic.twitter.com/5VBaNlV8cs
— Face The Nation (@FaceTheNation) December 21, 2025
นอกจากนี้ ผลโพลยังสะท้อนถึงวิกฤติค่าครองชีพในระดับครัวเรือน ซึ่งกลุ่มตัวอย่างมากถึง 80% กล่าวว่า ค่ารักษาพยาบาลเป็นภาระที่เข้าถึงได้ยากหรือยากลำบาก และ 72% ของกลุ่มตัวอย่างมีความกังวลแบบเดียวกันในเรื่องของค่าอาหาร และอีก 77% ของกลุ่มตัวอย่าง มีความกังวลอย่างมากต่อภาระค่าใช้จ่ายด้านที่อยู่อาศัย
ความเชื่อมั่นที่ถดถอยสวนทางกับความพยายามของรัฐบาลทรัมป์ ที่กล่าวว่า อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเฉลี่ยในรอบ 3 เดือนล่าสุด อยู่ที่ประมาณ 1.6% ซึ่งต่ำกว่ากรอบเป้าหมายของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) พร้อมทั้งเชื่อมั่นว่า นโยบายของรัฐบาลจะเริ่มส่งผลดีต่อเศรษฐกิจครัวเรือนอย่างชัดเจนในปีหน้า รวมถึงการได้รับเงินภาษีคืนในจำนวนที่เพิ่มขึ้นด้วย.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



