ยังคงเป็นประเด็นที่สังคมจับตามองสำหรับมหากาพย์ความขัดแย้งระหว่างนักร้องสาวคุณแม่ลูกสาม “ลิเดีย-ศรัณย์รัชต์ ดีน” กับอดีตผู้จัดการส่วนตัวคนสนิท หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีการโพสต์ยุติบทบาทแบบฟ้าผ่า ต่อมาเธอได้ออกมาสร้างความฮือฮาด้วยการแชร์โพสต์ของ “ทนายนิด้า” ที่พูดถึงคดี “ลักทรัพย์ 37 กรรม ทุนทรัพย์ 18 ล้านบาท” พร้อมแท็กเพื่อนดาราที่เคยใช้ผู้จัดการคนเดียวกัน ตามที่ข่าวได้นำเสนอไปแล้วนั้น

‘ลิเดีย’ พ่วงแท็กคนดังเพียบ แชร์โพสต์ ‘ทนายนิด้า’ คดีลักทรัพย์ 37 กรรม ทุน 18 ล้าน!

ล่าสุด ลิเดีย ได้มาร่วมงาน The Social Warrior สมรภูมิโซเชียล (ซีซั่น 2) พร้อมอัปเดตความคืบหน้าประเด็นดังกล่าว โดยเธอเผยว่า “เรื่องคดีตอนนี้ ก็ตามที่ทนายนิด้าบอกเลย รับคดีมีมูลไปแล้ว เข้าสู่ขั้นตอนของศาล แล้วศาลสั่งประกันตัวไปตามจำนวนเงินเท่านั้น ถามว่าตอนนี้มีความคาดหวังให้เรื่องจบลงยังไง อย่างที่บอกว่าเราก็เจ็บมาเยอะ ไม่ได้กล่าวว่าเป็นใคร แต่เรียกว่าคู่กรณีแล้วกัน เขาก็เป็นคนที่เราเคยรักมาก ไว้ใจมาก ถือเป็นบทเรียนราคาแพงที่ทำให้เรารู้สึกไม่โอเค แล้วก็ไม่ได้อยากจะต่อสู้กันออกสื่อให้มันรกสมอง เลยรู้สึกว่าเราน่าจะได้รับความยุติธรรมผ่านทางศาล ในขั้นตอนแรกก็โอเค นี่ก็ผ่านมาเป็นปีแล้วกว่าจะได้แต่ละขั้นตอน แต่ก็สู้ต่อไป

ถามว่ามีโอกาสได้พูดคุยกับทางคู่กรณีอีกไหม คือเราเคยพยายามคุยไปแล้ว แต่ ณ ตอนนี้เท่าที่ดูก็เหมือนเขาไม่รู้สึกผิดอะไร คิดว่าตัวเองทำถูก แต่ก็มันไม่ถูกอ่ะ อันนี้เป็นสิ่งที่ยิ่งทำให้เรารู้สึกไม่โอเค เพราะว่าถ้าผิดแล้วคุยกัน ขอโทษ ปรับความเข้าใจกันแบบนั้นจะโอเค แต่ที่ผ่านมาคือไม่ แล้วก็เป็นการกระทำคนละแบบยิ่งทำให้เราเจ็บมากกว่าเดิม

ตอนนี้เลยขั้นตอนคำว่าไกล่เกลี่ยแล้วค่ะ เพราะว่าให้โอกาสมาหลายครั้ง เราก็พยายามคุยหลายครั้งแล้ว ตอนแรกก็อาจจะพูดว่าขอโทษอยากไกล่เกลี่ย แต่พอมีทนายเข้ามาก็เปลี่ยนเป็นคนละคนเลย ทางเขาก็คือจะสู้กลับเราและสู้กลับทุกคนเลยค่ะ เลยเป็นอะไรที่รับไม่ได้ ส่วนคดีของคนอื่นๆ อาจจะต้องไปถามเขาว่าไปถึงไหนแล้ว เคสแต่ละคนไม่เหมือนกัน อย่างของเราเองมีทั้งหมด 37 กรรมค่ะ

พอเรื่องไปถึงศาลแล้ว ถามว่าสบายใจขึ้นไหม จริงๆ มันก็ยังไม่ได้ความยุติธรรมเต็มร้อย เอาจริงๆ ก็อยากได้เงินคืน คือทั้งครอบครัวของเราไว้ใจมากๆ เงินของสามี เงินของเด็กๆ ทั้ง 3 คน เรียกว่าไว้ใจทั้งชีวิต อยู่กันมานานไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น คนใกล้ตัวที่เราไว้ใจที่สุดนั่นแหละทำให้เราเจ็บมากที่สุด”

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก lydiasarunrat