สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. ว่ากระทรวงพาณิชย์จีนออกแถลงการณ์ เรื่องการใช้มาตรการ “วางเงินประกันอากร” ซึ่งมีอัตราตั้งแต่ 21.9% ถึง 42.7% จะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 23 ธ.ค. นี้ ครอบคลุมรายการสินค้าหลากหลายประเภท อาทิ ชีสสด ชีสแปรรูป เคิร์ด บลูชีส รวมถึงผลิตภัณฑ์นมและครีมบางชนิด ที่ส่งออกมาจากสหภาพยุโรป (อียู)
มาตรการดังกล่าวมีขึ้น หลังรัฐบาลปักกิ่งเริ่มการสอบสวน กรณีอียูใช้มาตรการทุ่มตลาดกับสินค้าเหล่านั้น เมื่อเดือน ส.ค. 2567 ตามคำร้องขอของสมาคมอุตสาหกรรมนมแห่งประเทศจีน ซึ่งผลการสอบสวนในเบื้องต้นพบความเชื่อมโยงระหว่างมาตรการการอุดหนุนของอียู กับ “ความเสียหายอย่างมีนัยสำคัญ” ที่เกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมนมภายในประเทศของจีน อนึ่ง การสอบสวนนี้มีกำหนดจะเสร็จสิ้นอย่างเป็นทางการ ในเดือน ก.พ. ที่จะถึง
China levies tariffs on some dairy imports from the EU following an anti-subsidy probe, adding to a tit-for-tat trade dispute with the bloc https://t.co/4p1y0GfxRw
— Bloomberg (@business) December 22, 2025
สำหรับการประกาศจัดเก็บอากรกับผลิตภัณฑ์นมจากอียูในครั้งนี้ เกิดขึ้นเพียงหนึ่งสัปดาห์ หลังรัฐบาลปักกิ่งประกาศบังคับใช้มาตรการอากรตอบโต้การทุ่มตลาด กับผลิตภัณฑ์เนื้อหมูนำเข้าจากสหภาพยุโรป เป็นระยะเวลา 5 ปี ซึ่งมาตรการดังกล่าวมีผลตั้งแต่วันที่ 17 ธ.ค. ที่ผ่านมา ในอัตราอากรระหว่าง 4.9-19.8% ซึ่งถือเป็นระดับที่ลดลงจากอัตราอากรชั่วคราวเดิม ซึ่งเคยจัดเก็บอยู่ที่ระหว่าง 15.6-62.4% ตั้งแต่เดือน ก.ย.ที่ผ่านมา
อนึ่ง ข้อพิพาททางการค้ารอบปัจจุบันระหว่างจีนกับยุโรป ปะทุขึ้นเมื่อช่วงกลางปีที่แล้ว จากการที่อียูเรียกเก็บภาษีนำเข้าในอัตราสูง ต่อยานยนต์ไฟฟ้าหลายยี่ห้อของจีน โดยอ้างว่า มาตรการอุดหนุนของรัฐบาลปักกิ่ง ทำให้คู่แข่งในยุโรปเสียเปรียบ.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



