นายพันธุ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า  กรมศุลฯ ได้ลงนามความร่วมมือกับ 5 แพลตฟอร์มสินค้าออนไลน์ ประกอบด้วย บริษัท ลาซาด้า จำกัด, บริษัท ช้อปปี้ (ประเทศไทย), ชีอิน, บริษัท ติ๊กต็อก ช็อป (ประเทศไทย) และเทมู เพื่อกำกับดูแลการนำเข้าสินค้าผ่านแพลตฟอร์มให้ได้มาตรฐาน และทำความเข้าใจถึงการเริ่มจัดเก็บอากรขาเข้ากับสินค้านำเข้าตั้งแต่บาทแรก ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.69 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ประเทศไทย ได้ยกเว้นไม่เก็บอากรขาเข้ากับสินค้าที่มีมูลค่าต่ำกว่า 1,500 บาทมาตลอด แต่หลังจาก 1 ม.ค.เป็นต้นไปจะยกเลิกการยกเว้นดังกล่าว ทำให้การสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศ โดยเฉพาะแพลตฟอร์มออนไลน์ จะต้องเสียอากรขาเข้าทุกชิ้น ซึ่งยอมรับว่า อาจทำให้สินค้าที่สั่งซื้อจากต่างประเทศราคาสูงขึ้น เพราะต้องมีต้นทุนภาษีเพิ่ม เช่น หากเป็นสินค้าแฟชั่นเสื้อผ้า มีภาษีนำเข้า 30% รองเท้า 20% กระบอกน้ำ 10% เป็นต้น แต่จะสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้ประกอบการไทยที่เสียภาษีอยู่แล้ว ให้แข่งขันได้

“ถ้าซื้อสินค้าจากต่างประเทศอาจมีราคาสินค้าเพิ่มขึ้นบ้าง แต่หากเลือกซื้อสินค้าจากผู้ผลิต หรือเอสเอ็มอี ผู้ค้าในไทย จะไม่ได้รับผลกระทบ เพราะผู้ประกอบการในไทยเสียภาษีอยู่แล้ว ทำให้ขายได้ราคาเดิม โดยที่ผ่านมามีการนำเข้าสินค้าที่มูลค่าไม่ถึง 30,000 ล้านบาทต่อปี และประเมินว่ากรมศุลฯ จะเก็บภาษีจากส่วนนี้ได้เพิ่มถึงปีละ 3,000 ล้านบาท”

นายพันธุ์ทอง กล่าวว่า ส่วนวิธีการจัดเก็บภาษี จะไม่เป็นภาระกับประชาชน เพราะจากการหารือกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มรายใหญ่ 5 แห่ง ซึ่งมียอดขายกว่า 97% ของทั้งประเทศ ต่างยืนยันว่าผู้ค้าจะตั้งราคาขายที่รวมภาษีไว้แล้ว โดยทางบริษัทขนส่งระหว่างประเทศ จะเป็นผู้เก็บภาษีและนำมาส่งให้กรมศุลกากร โดยผู้ซื้อไม่ต้องเสียภาษีเพิ่มเองทีหลัง ยกเว้นกรณีสั่งซื้อและจัดส่งมาทางไปรษณีย์ ซึ่งปริมาณไม่มากเฉลี่ยวันละ 1,300 กล่อง จะต้องเสียภาษีเพิ่มทีหลัง ด้วยวิธีสแกนจ่ายใบประเมินภาษีกรมศุลฯ หรือใบเขียวกับบุรุษไปรษณีย์

สำหรับการลงนามความร่วมมือครั้งนี้ ประกอบด้วยความร่วมมือ 3 ด้าน ได้แก่ 1.การเชื่อมโยงข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าที่จำหน่ายที่เป็นธรรม เช่น ข้อมูลรายการชนิดสินค้า ปริมาณสินค้า และมูลค่าสินค้า เพื่อใช้ในการตรวจสอบความถูกต้อง  2.การปกป้องสังคม แจ้งเตือน ควบคุมการกำกับดูแล เพื่อป้องกันสินค้าผิดกฎหมายไม่ได้มาตรฐานวางจำหน่าย เช่น มาตรฐาน มอก. หรือ อย. เป็นต้น หากพบกระทำผิดก็จะปลดออกจากการจำหน่ายทันที และ 3.การจัดเก็บรายได้ของรัฐ ความร่วมมือจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านการจัดเก็บรายได้