นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง(ขร.) เปิดเผยว่า ได้ประชุมคณะกรรมการกำกับและบริหารจัดการระบบขนส่งทางราง ร่วมกับหน่วยงานผู้ให้บริการระบบรางที่เกี่ยวข้อง โดยในที่ประชุมได้ติดตามประเด็นต่างๆ ที่มีผลกระทบต่อประชาชน และผู้ใช้บริการระบบขนส่งทางราง และกำหนดแนวทางการปรับปรุงและแก้ไขปัญหา รวมทั้งการเตรียมความพร้อมรองรับการเดินทางของประชาชนเข้าร่วมกิจกรรม Countdown ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 โดยมีประเด็นหารือที่สำคัญ ดังนี้ 

สถิติเหตุขัดข้องของรถไฟฟ้าในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ช่วงเดือน ต.ค. – พ.ย. 2568 รวม 24 ครั้งประกอบด้วย ระบบขับเคลื่อน 6 ครั้ง ระบบเบรค 1 ครั้ง ระบบประตูรถ 1 ครั้ง ระบบจ่ายไฟฟ้า 2 ครั้ง จุดสับราง 5 ครั้งเครื่องนับเพลา 2 ครั้ง ระบบอาณัติสัญญาณ 3 ครั้ง ปัจจัยภายนอก 2 ครั้ง ATP 1 ครั้ง และเหตุอื่น ๆ 1 ครั้ง ซึ่ง ขร. ได้เสนอแนะผู้ให้บริการเดินรถไฟฟ้าเพิ่มมาตรการในการตรวจสอบ และบำรุงรักษาอุปกรณ์ให้เหมาะสมกับสภาพการใช้งาน และร่วมกันกำหนดแนวทางการป้องกัน เพื่อลดจำนวนเหตุรถไฟฟ้าขัดข้องต่อไป 

นายพิเชฐ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ที่ประชุมได้รับทราบการติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาเหตุขัดข้องของรถไฟฟ้าโมโนเรล โครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว – สำโรง และโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย – มีนบุรี กรณีเกิดเหตุล้อประคองรถไฟฟ้าโมโนเรลหลุดร่วง โดยการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) ร่วมกับบริษัท อีสเทิร์น บางกอกโมโนเรล จำกัด (EBM) และบริษัท นอร์ทเทิร์น บางกอกโมโนเรล จำกัด(NBM) ดำเนินการเปลี่ยนล้อประคองของรถไฟฟ้าทั้ง 2 สายแล้ว ได้แก่ สายสีชมพู 11 ขบวน และสายสีเหลือง 11 ขบวน รวมทั้งความคืบหน้าการดำเนินการกรณีรางนำไฟฟ้า (conductor rail) หลุดร่วง โดยเพิ่มความถี่ในการตรวจสอบ ติดตั้งอุปกรณ์ลดแรงกระแทกของขารับกระแสไฟฟ้ากับปลายรางจ่ายกระแสไฟฟ้า และติดตั้งอุปกรณ์ยึดรางจ่ายไฟฟ้าทุกระยะ 60 เมตร เพื่อจำกัดระยะความเสียหายของรางจ่ายกระแสไฟฟ้า ซึ่งผู้ให้บริการได้ติดตั้ง conductor rail เพื่อเปิดให้บริการเดินรถเต็มรูปแบบแล้ว ตั้งแต่เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.2568

นายพิเชฐ กล่าวอีกว่า ที่ประชุมยังได้รับทราบมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) เรื่อง การดำเนินมาตรการบัตรโดยสารเหมาจ่ายรายวัน สำหรับรถไฟชานเมืองสายสีแดง สายนครวิถี (กรุงเทพอภิวัฒน์ – ตลิ่งชัน) และสายธานีรัถยา(กรุงเทพอภิวัฒน์ – รังสิต) ของการรถไฟแห่งประเทศไทย และรถไฟฟ้ามหานคร สายฉลองรัชธรรม (สายสีม่วง) ของรฟม. โดยมีกรอบระยะเวลาดำเนินมาตรการตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. 2568 – 30 พ.ย. 2569 ซึ่งจากการดำเนินมาตรการดังกล่าว พบว่า ปริมาณผู้โดยสารที่ใช้บัตร EMV เฉลี่ยต่อวัน เพิ่มขึ้น 10,377 คน-เที่ยว/วัน จากเดิม 14,085 คน-เที่ยว/วัน เป็น 24,462 คน-เที่ยว/วัน หรือเพิ่มขึ้นคิดเป็น 73.68% (เปรียบเทียบข้อมูลระหว่างวันที่ 1 – 31 ธ.ค. 2567 กับข้อมูลระหว่างวันที่ 1 – 15 ธ.ค. 2568)

นายพิเชฐ กล่าวด้วยว่า ที่ประชุมยังได้มีการหารือเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมรองรับการเดินทางของประชาชนเข้าร่วมกิจกรรม Countdown ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ระหว่างวันที่ 31 ธ.ค. 2568 – 1 ม.ค. 2569 ซึ่งคาดว่าจะมีประชาชนใช้บริการเป็นจำนวนมากบริเวณสถานีที่อยู่ใกล้เคียงสถานที่จัดกิจกรรม Countdown ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2568 อาทิ รถไฟฟ้าบีทีเอส ที่สถานีสยาม (CEN) สถานีชิดลม (E1) สถานีพร้อมพงษ์ (E5) สถานีสะพานตากสิน (S6) และสถานีกรุงธนบุรี (S7) รถไฟฟ้าสายสีทองที่สถานีเจริญนคร (G2) และสถานีกรุงธนบุรี (G1) รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินที่สถานีลุมพินี (BL25) รวมถึงสถานีที่เป็นจุดเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสองสายทาง (Interchange station) และสถานที่จอดรถ Park and Ride 

ซึ่งที่ประชุมได้หารือแนวทางการบริหารจัดการความหนาแน่นของผู้โดยสาร และอำนวยความสะดวกและปลอดภัยภายในสถานีรถไฟฟ้าในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ โดยให้หน่วยงานผู้ให้บริการจัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกและประชาสัมพันธ์ การเพิ่มจุดขายบัตรโดยสารเพิ่มเติม การปรับทิศทางประตูจัดเก็บค่าโดยสารให้สอดคล้องกับปริมาณผู้โดยสาร รวมทั้งการบริหารจัดการผู้โดยสารโดยทำ Crowd Control ที่สถานี เพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่ผู้โดยสาร ควบคู่กับเพิ่มความถี่ของขบวนรถไฟฟ้าในช่วงเวลาที่มีผู้โดยสารหนาแน่น 

โดยในวันที่ 31 ธ.ค. 2568 รถไฟฟ้าทุกเส้นทางขยายเวลาการให้บริการจนถึงเวลา 02.00 น. ของวันที่ 1 ม.ค. 2569 นอกจากนี้ที่ประชุมมอบหมายให้หน่วยงานผู้ให้บริการรถไฟฟ้า ประสานงานกับผู้จัดกิจกรรมส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2569 เพื่อประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับจุดจอดรถบริเวณสถานีรถไฟฟ้า รวมทั้งขอความร่วมมือผู้ให้บริการยกเว้นค่าบริการจอดรถอาคารและลานจอดแล้วจรของสถานีรถไฟฟ้า ระหว่างวันที่ 31 ธ.ค. 2568 – 1 ม.ค. 2569 เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนเดินทางด้วยระบบขนส่งทางราง ทั้งนี้ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ ขร. จะลงพื้นที่ตรวจสอบการดำเนินงานตามมาตรการอำนวยความสะดวก และความปลอดภัยในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ต่อไป.