เมื่อวันที่ 24 ธ.ค.สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โดยสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา เดินหน้าถอดบทเรียนจากการนำ (ร่าง) กรอบหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช…. ระดับประถมศึกษา ((ร่าง) กรอบหลักสูตรฯ )ไปใช้จริงในโรงเรียนนำร่องในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา เพื่อศึกษาและทำความเข้าใจการนำ (ร่าง) กรอบหลักสูตรฯ ไปสู่การจัดการเรียนรู้ในห้องเรียน และใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์เพื่อใช้เป็นฐานในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐานของประเทศ
การดำเนินการดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังจากที่ สพฐ. ได้นำ (ร่าง) กรอบหลักสูตรฯ ไปใช้ในโรงเรียนนำร่องพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา จำนวน ๘ จังหวัด ได้แก่ สตูล ระยอง ศรีสะเกษ เชียงใหม่ กาญจนบุรี นราธิวาส ยะลา และปัตตานี ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๖๕ เป็นต้นมา เพื่อศึกษาการใช้ (ร่าง) กรอบหลักสูตรฯ ในสภาพจริง ซึ่งขณะนี้การทดลองใช้ได้ดำเนินมาในระยะที่สามารถสะท้อนภาพรวมของการจัดการเรียนรู้ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ การศึกษาการนำ (ร่าง) กรอบหลักสูตรฯ ไปสู่การปฏิบัติในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ดำเนินการโดยสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา (สวก.) ภายใต้การนำของ ผอ.สวก. ดร.ภูริวรรษ คำอ้ายกาวิน สนับสนุนเชิงนโยบายโดยรองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ดร.วิษณุ ทรัพย์สมบัติ) และมี ที่ปรึกษา สพฐ. (ดร.รัตนา แสงบัวเผื่อน) และดร.เบญจลักษณ์ น้ำฟ้า ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษา เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีทิศทางและสอดคล้องกับการพัฒนาหลักสูตรระดับประเทศ
สำหรับการประชุมเชิงปฏิบัติการที่จัดขึ้นในครั้งนี้ เป็นกระบวนการทำงานร่วมกันของศึกษานิเทศก์ ครู และผู้บริหารสถานศึกษา ซึ่งเป็นผู้ใช้หลักสูตรจริงในบริบทของโรงเรียน ควบคู่กับผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อร่วมกันพัฒนาเครื่องมือที่สามารถสะท้อนความเชื่อมโยงระหว่างกรอบหลักสูตร กระบวนการจัดการเรียนรู้ และผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียนในบริบทที่หลากหลายได้อย่างเหมาะสม โดยข้อมูลและบทเรียนที่ได้จากการศึกษาการใช้ (ร่าง) กรอบหลักสูตรฯ ในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา จะถูกนำมาถอดบทเรียนอย่างเป็นระบบ เพื่อนำเสนอเป็นแนวทางหรือโมเดลการนำหลักสูตรสู่การปฏิบัติ และใช้เป็นฐานข้อมูลประกอบการขับเคลื่อนการยกระดับคุณภาพการศึกษาของประเทศต่อไป



