“รายการยกพลคนน้ำพริก” ออกอากาศทางไทยพีบีเอส ระหว่างเดือน ก.พ. – มิ.ย. 2568 ที่ผ่านมา ช่วยเปิดโลกน้ำพริกให้กับผู้ชม และที่สำคัญน้ำพริกที่มาร่วมประชันกันในเวทีนี้ สามารถต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์นำออกจำหน่าย จากที่ทำกินแค่ในครัวเรือน กลายเป็นสินค้าของดีประจำชุมชน และในปีหน้า “รายการยกพลคนน้ำพริก ซีซัน 2” จะมาบอกเล่าความเข้มข้นของน้ำพริกให้ชมและชิมกันอีกครั้ง

ก่อนเริ่มต้นศักราชใหม่ องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส โดยศูนย์สื่อศิลปวัฒนธรรม จัดกิจกรรม “น้ำพริกเฟสติวัล” มหกรรมน้ำพริกสุดยิ่งใหญ่ส่งท้ายปี ระหว่างวันที่ 18 – 19 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา

วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ผู้อำนวยการ ส.ส.ท. กล่าวถึงกิจกรรมนี้ว่า “ไทยพีบีเอสเชื่อว่า ความหลากหลายของรสชาติไทย คือพลังที่สามารถเชื่อมผู้คนจากทุกภูมิภาคเข้าหากัน งานน้ำพริกเฟสติวัลนี้ เป็นอีกหนึ่งการต่อยอดจากรายการยกพลคนน้ำพริก ที่สร้างปรากฏการณ์ให้คนทั่วประเทศรู้สึกภูมิใจในรสชาติของท้องถิ่นตัวเองกันไปแล้ว ซึ่งในปีหน้า เราจะสานต่อความสำเร็จไปสู่ ยกพลคนน้ำพริก ซีซัน 2 กับการเปิดเวทีเปิดโอกาสให้คนทั่วประเทศได้มาร่วมแลกเปลี่ยนรสชาติ ความคิด และเรื่องราวของท้องถิ่น ผ่านเมนูน้ำพริกที่สะท้อนความหลากหลายของสังคมไทย พร้อมร่วมกันสร้างคุณค่าของภูมิปัญญาอาหารไทยให้ก้าวไกลยิ่งขึ้น”

ด้าน พรรณี รุ่งสว่าง ผู้อำนวยการศูนย์สื่อศิลปวัฒนธรรม ไทยพีบีเอส มองว่า จากความสำเร็จของรายการ “ยกพลคนน้ำพริก” ช่วยปลุกกระแสความนิยมของน้ำพริก และเชื่อมโยงวัฒนธรรมอาหารกับการอนุรักษ์ทรัพยากรท้องถิ่น โดยในปี 2569รายการ “ยกพลคนน้ำพริก กลับมาในซีซัน 2”  พร้อมกับ คอมเมนเตเตอร์ใหม่ ถึง 3 ท่าน ได้แก่ พิเชษฐ์ เอี่ยมชาวนา  (น้าโย่ง เชิญยิ้ม) ศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะการแสดง, ลภัสรดา ทศรัศมิ์ (ป้าจันทร์)  ผู้ก่อตั้งสวนศิลป์หนองมน จ.ชลบุรี และจิรณรงค์ วงษ์สุนทร (คุณหมี) นักเล่าเรื่องอาหาร

ในงาน “น้ำพริกเฟสติวัล” มีกิจกรรมล้อมวงคุย “เปิดสำรับน้ำพริกชาติพันธุ์” (อาข่า/กะเหรี่ยง/ไทลื้อ/มอญ) โดย ไกรสิทธิ์ สิทธิโชดก ประธานเครือข่ายวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยชนเผ่าอาข่า จ.เชียงราย, จิรัศยา บุญคน แม่ครัวงานบุญกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง หนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี, สนอง จันต๊ะคาด ผู้สืบทอดภูมิปัญญาการทำถั่วเน่าสูตรไทลื้อ, คมสรร จับจุ อาสาสมัครผู้อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมมอญนครชุมน์ จ.ราชบุรี และ ดร.ประทีป ปัญญาดี นักวิชาการพฤกษศาสตร์ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ ดำเนินรายการโดย กริษฐา ดีมี ผู้ประกาศไทยบันเทิง และ อ.สุถี เสริฐศรี นักวิจัยอาหารถิ่น โครงการสมุทรสงครามอยู่ดี

**”น้ำพริกชาติพันธุ์” ภูมิปัญญาการกิน

วิทยากรแต่ละท่านได้นำน้ำพริกในแต่ละท้องถิ่นมาจำหน่ายในงานพร้อมถ่ายทอดเรื่องราว สนอง จันต๊ะคาด แนะนำ “น้ำพริกหอมหมื่นลี้สูตรไทลื้อ” ที่มีส่วนผสมของถั่วเน่า จิรัศยา บุญคน นำเสนอผงโรยข้าวที่ดัดแปลงมาจาก “เชอเง้กะทิ” (ทีมที่ผ่านเข้ารอบ 20 ทีม) ทำมาจากพริกกะเหรี่ยงและพริกพรานที่มีความหอม ไกรสิทธิ์ สิทธิโชดก มาพร้อมกับ “น้ำพริกอาข่า” ที่มีส่วนผสมของพืชพื้นถิ่นอย่าง “ไส้ม้า” และ “พริกบ้า” ซึ่งชื่อพริกนี้มีความตรงไปตรงมาเพราะเผ็ดมาก

เผ็ดแบบบ้าคลั่ง ความเผ็ดจะแพร่กระจายในปาก ประมาณเดียวกับดื่มเหล้า” ไกรสิทธิ์ เปรียบความเผ็ดพริกอาข่า

“น้ำปลายำมอญ” โดย คมสรร จับจุ บอกว่า “น้ำปลายำ” เป็นเครื่องจิ้มของคนไทยเชื้อสายมอญใน อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ส่วนผสมสำคัญคือ น้ำปลาหมักเองจากปลาสร้อยแม่น้ำแม่กลอง นอกจากนี้ยังมีส่วนผสมของตะไคร้ หอม กระเทียม และใบมะกรูด

จิรัศยา บุญคน เล่าว่า ชนเผ่ากะเหรี่ยงมีน้ำพริกที่เรียกว่า “เชอเง้กะทิ” มีส่วนผสมสำคัญคือ พริกกะเหรี่ยง พริกพราน และกะทิ น้ำพริกของชาวกะเหรี่ยงจึงมีความหอม มัน และเผ็ดเฉพาะตัว วันนี้น้ำพริกกะเหรี่ยงได้แปรรูปเป็น “ผงโรยข้าว” เพื่อให้ง่ายต่อการขนส่งและยืดอายุของน้ำพริก โดยจำหน่ายในช่องทางออนไลน์แล้ว

**เมนู “น้ำพริก”ความอร่อยแห่งฤดูกาล

“น้ำพริก” แน่นอนว่าพระเอกของเมนูคือ “พริก” แต่พริกแต่ละพื้นถิ่นมีรสเผ็ดแตกต่างกันออกไป นอกจากนี้ยังมีวัตถุดิบอื่น ๆ ที่ทำให้น้ำพริกมีรสชาติหลากหลาย และการจะกินน้ำพริกให้อร่อยต้องกินตามฤดูกาลของพืชนั้น ๆ

สนอง จันต๊ะคาด เล่าว่าในถ้วย “น้ำพริกหอมหมื่นลี้” ยังมี “ดอกซ้อ” และ “สาหร่ายในแม่น้ำโขง” ซึ่งพืชทั้ง  2 ชนิดนี้ จะออกปีละครั้ง  “ดอกซ้อ”จะเริ่มออกดอกประมาณปลายเดือนธันวาคม จนถึงเดือนเมษายน เช่นเดียวกับ “สาหร่ายแม่น้ำโขง”ออกช่วงปลายปี จนถึงประมาณมีนาคม ขณะที่ถั่วเหลืองวัตถุดิบที่ทำถั่วเน่าจะออกช่วงสิ้นปี

ส่วนน้ำพริกของชาวกะเหรี่ยง แม่ครัวงานบุญเล่าว่า ในฤดูหนาวต้องกินพริกแห้ง เพราะพริกสดหมดฤดูกาลแล้ว ดังนั้นในหน้าแล้งจะกินน้ำพริกคั่ว หรือเรียกว่า “เชยเปล” และกินแนมกับ “แตงเปรี้ยว” ซึ่งชาวกะเหรี่ยงจะกินแต่ไส้แตงส่วน “เชอเง้กะทิ” จะไม่นิยมทำในฤดูหนาวเพราะต้องกินคู่กับ “หน่อไม้ต้ม” ซึ่งจะออกในหน้าฝน

ด้าน “ชนเผ่าอาข่า” ไกรสิทธิ์ สิทธิโชดก เล่าว่า อาข่ามีเมนูอาหารการกินที่แตกต่างในแต่ละเดือน ช่วงปลายสิงหาคมถึงตุลาคมเป็นช่วงเริ่มมีหน่อไม้ น้ำพริกที่เอาหน่อไปจิ้มแล้วอร่อยมากคือ  “น้ำพริกรถด่วน” (หนอนไม้ไผ่) และในฤดูหนาวจะมีพืชที่เรียกว่า “หอมแซบ”หรือ “หอมชู” ซึ่งช่วงนี้รากจะถอนกินได้เลย นอกจากนี้ช่วงมกราคม – กุมภาพันธ์ จะมีมะเขือเทศลูกเล็ก ๆ ที่ขึ้นเองในไร่ ก็นำมาเผาจี่ทำน้ำพริก กินกับผักหมูตุ้ยที่อยู่ในป่า อร่อยมาก

ขณะที่ชาวมอญ คมสรร จับจุ บอกว่า คนมอญกินอาหารเป็นยา ในฤดูหนาวจะกินอาหารที่มีรสเปรี้ยว เช่น เผือกตาแดง ผักบุ้ง และพุทรานา โดยใช้ความเปรี้ยวของพุทรา และเมือกลื่นแทนส้มมะขาม ส่วนช่วงที่ดอกงิ้วบาน จะนิยมนำมาทำเมนูแกงส้ม รวมถึงผักปรังและกระเจี๊ยบเขียว นอกจากนี้ยังมี “มะตาด” เป็นพืชที่ออกในฤดูฝน เป็นผักที่มีเมือกลื่นเหมือนกัน ส่วนฤดูร้อนคนมอญจะทานข้าวแช่เพื่อปรับธาตุในร่างกาย ฤดูฝนจะกินอาหารรสเปรี้ยวให้ชุ่มคอและดับความเผ็ดร้อนจากพริกแกง

    **สภาพอากาศปรวนแปร “น้ำพริก” เผชิญความเสี่ยง

“น้ำพริก” เครื่องจิ้มในสำรับอาหาร ประกอบด้วยพืชผักท้องถิ่น แต่ด้วยสภาพอากาศปรวนแปร ทำให้ทรัพยากรบางอย่างในท้องถิ่นที่เคยอุดมสมบูรณ์เริ่มเสี่ยงที่จะสูญพันธุ์

สาหร่ายน้ำจืดตอนนี้ มีปัญหาเรื่องแม่น้ำโขงที่ได้รับผลกระทบจากเขื่อน เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงมากสนอง จันต๊ะคาด ผู้สืบทอดภูมิปัญญาการทำถั่วเน่าสูตรไทลื้อ แชร์ข้อมูล

ห่วงสุดฤทธิ์คือพริกกะเหรี่ยง เมื่อก่อนหย่อนเมล็ดเสร็จ ก็รอเก็บได้เลย แต่วันนี้พริกกะเหรี่ยงเจอโรคเพลี้ยเงิน เพลี้ยทอง และที่สำคัญคือ ‘บุคลากร’ ที่จะดูแลรักษาหายากมาก ดังนั้นเราต้องรักษาตัวตนและส่งต่อให้ลูกหลาน” ตัวแทนชาวกะเหรี่ยงบอกถึงผลกระทบจากโลกร้อน

 **ขาดการรับรู้น้ำพริกเผชิญความเสี่ยงสูญหาย

ดร.ประทีป ปัญญาดี นักวิชาการพฤกษศาสตร์ ชวนคิดว่า ภาวะโลกร้อนเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้พืชเสี่ยงสูญพันธุ์ แต่มีประเด็นหนึ่งที่คนไม่ค่อยพูดถึงคือ “เรื่องการรับรู้” หมายถึงพืชต่าง ๆ ที่ไม่ได้ใช้จะถูกลืมเลือน ยกตัวอย่างเช่น “ลูกระมาด” พืชที่ที่มีในภาคกลางและภาคเหนือ ซึ่งในกาพย์เห่ชมเครื่องว่างในรัชกาลที่ 6 ได้กล่าวถึง “น้ำพริกลูกระมาด” ไว้

ความสัมพันธ์ระหว่างการคงอยู่ของพืชกับการรับรู้เป็นความสัมพันธ์ที่แนบแน่น ถ้าการรับรู้หายไป มีโอกาสสูงมากที่พืชชนิดนั้นจะสูญพันธุ์ อย่าว่าแต่ลูกระมาด น้ำพริกลูกระมาดเองก็ได้หายไปแล้วในปัจจุบัน” ดร.ประทีป กล่าว

ในฐานะนักพฤกษศาสตร์ ดร.ประทีป กล่าวว่า เรื่องของการกินตามฤดูกาลนั้นสำคัญมาก ร่างกายเราตอบสนองต่ออาหารตามธาตุในช่วงนั้น แต่ในแง่พฤกษศาสตร์ การกินตามกาลเวลาช่วยลดภาระของระบบนิเวศ และช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศด้วย เพราะพืชจะมีเวลาพักฟื้น แม้การปลูกพืชนอกฤดูจะมีคุณค่าทางเศรษฐกิจ แต่อาจต้องแลกมากับภาระระบบนิเวศที่สูง เพราะต้องใช้สารเคมี และสิ่งที่หายไปคือ  “คู่ชู” หรือผักแนมต่าง ๆ ที่ต้องกินคู่กัน ดังนั้นการกินเพื่อรักษ์โลก คือการกินอาหารให้ถูกต้องตามฤดูกาล เพื่อให้พืชเหล่านั้นเป็นประโยชน์สูงสุดต่อร่างกาย

กว่าจะเป็นน้ำพริกหนึ่งถ้วย มีเรื่องราวภูมิปัญญาแห่งการกินที่ยึดโยงอยู่กับวัตถุดิบในท้องถิ่น เทศกาลปีใหม่นี้ ใครที่ยังหาของขวัญสวัสดีปีใหม่ให้เพื่อนฝูงหรือญาติสนิท ลองเปิดใจให้น้ำพริกเป็นของขวัญ เพราะน้ำพริกคือ “มรดกแห่งเครื่องจิ้ม” และการกินน้ำพริกเท่ากับ การรักษาภูมิปัญญาการกินของคนไทย

สำหรับชุมชนหรือบ้านไหนที่มีน้ำพริกสูตรเด็ด ไทยพีบีเอส ชวนเข้าร่วมแข่งขันในรายการ “ยกพลคนน้ำพริก ซีซัน 2” เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ – 15 ก.พ. 2569

สอบถามข้อมูลการสมัครเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 02-790-2627, 093-353-5653 หรือ 086-375-3669 วันจันทร์ – ศุกร์

เวลา 10.00 – 17.00 น. สามารถติดตามไทยพีบีเอสทุกช่องทางออนไลน์ได้ที่:

▪ Website : www.thaipbs.or.th

▪ Application : Thai PBS

▪ Social Media Thai PBS : Facebook, YouTube, X, LINE, TikTok, Instagram, Threads, LinkedIn