เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 24 มิ.ย.69 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร  ที่มี น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานในที่ปรชะชุม น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี  รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี  กำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ในฐานะผู้แทนคณะรัฐมนตรี เสนอร่างพ.ร.บ.ความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า พ.ศ. ….  หรือ Lemon Law ต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร  ในวาระที่ 1 ขั้นรับหลักการ ซึ่งมีการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ในทำนองเดียวกันอีก 5  ฉบับ ให้พิจารณาไปในคราวเดียวกัน

น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า ปัจจุบันสินค้าหลายประเภทมีเทคโนโลยีซับซ้อน ผู้บริโภคไม่อาจตรวจพบความชำรุดบกพร่องได้ด้วยตนเองในขณะซื้อ กว่าจะรู้ก็ใช้งานไปแล้วระยะหนึ่ง และเมื่อเกิดปัญหา ผู้ซื้อกลับต้องเป็นฝ่ายพิสูจน์เองว่าความเสียหายมีอยู่ก่อนแล้ว ทำให้หลายคนต้องเสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย และไม่ได้รับความเป็นธรรม กฎหมายฉบับนี้จึงเข้ามาแบ่งเบาภาระตรงจุดนั้น และสร้างหลักประกันที่ชัดเจนให้แก่ผู้บริโภค  สาระสำคัญของร่างกฎหมายวางหลักให้ผู้ขายต้องรับผิดเมื่อสินค้าชำรุดบกพร่อง โดยกำหนดข้อสันนิษฐานทางกฎหมายว่า หากสินค้าเสียภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้ถือว่าเสียมาตั้งแต่วันส่งมอบ ผู้ซื้อไม่ต้องพิสูจน์เอง โดยสินค้าทั่วไป เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์ และรถจักรยานยนต์ กำหนดไว้ 6 เดือน ส่วนรถยนต์กำหนดไว้ 1 ปี

น.ส.ศุภมาส กล่าวต่อว่า ร่างกฎหมายยังให้สิทธิผู้ซื้อเรียกให้ผู้ขายซ่อมแซม เปลี่ยนสินค้า ลดราคา หรือเลิกสัญญาและคืนเงิน หากเป็นความบกพร่องร้ายแรงในสาระสำคัญ ผู้ซื้อขอเปลี่ยนสินค้าได้ทันที สินค้าทั่วไปภายใน 7 วัน และเครื่องใช้ไฟฟ้ากับเครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์ภายใน 14 วัน นับจากวันรับสินค้า ด้านการซ่อม กำหนดให้ผู้ขายซ่อมสินค้าทั่วไปให้เสร็จภายใน 60 วัน และรถยนต์ภายใน 90 วัน นอกจากนี้ยังกำหนดความรับผิดโดยเคร่งครัดเฉพาะรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ที่ผู้ขายต้องรับผิดทุกกรณีเมื่อพบความบกพร่องภายในระยะเวลาและระยะทางที่กำหนด

“ดิฉันอยากให้คนไทยซื้อสินค้าได้อย่างมั่นใจ จ่ายเงินไปแล้วต้องได้รับสินค้าที่มีคุณภาพตามสมควร และหากเกิดปัญหาก็ต้องมีระบบที่ช่วยแก้ไขได้อย่างรวดเร็วและเป็นธรรม กฎหมายฉบับนี้จะช่วยลดข้อพิพาท ลดภาระการฟ้องร้อง และทำให้ผู้ประกอบธุรกิจหันมาใส่ใจคุณภาพสินค้ามากขึ้น นี่คือการยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคไทยให้ทัดเทียมสากล” นางสาวศุภมาส กล่าวและว่า ทั้งนี้ ประชาชนที่พบปัญหาสินค้าหรือบริการ สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วน สคบ. 1166 แอปพลิเคชัน OCPB Connect เว็บไซต์ ocpb.go.th หรือศูนย์ดำรงธรรมทั่วประเทศ

ภายหลังการอภิปรายอย่างกว้างขวาง ที่ประชุมมีรับหลักการทั้ง  5 ฉบับ ตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณา จำนวน 25  คน  โดยใช้ร่างฯ ของรัฐบาลเป็นหลัก กำหนดวันแปรญัตติ 15  วัน

น.ส.ศุภาส กล่าวว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายฉบับแรกที่รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เสนอเข้าสู่การพิจารณาของสภา สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับการยกระดับการคุ้มครองสิทธิประชาชน โดยครม.มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 16 มิ.ย. 2569 ที่ผ่านมา.