นายธนวรรธน์ พลวิชัย ประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคในช่วงเทศกาลปีใหม่ 69 ว่า ช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ คาดว่า จะมีเงินสะพัด111,609.37 ล้านบาท ขยายตัว 2.1%  นับเป็นมูลค่าการใช้จ่ายในช่วงเทศกาลสูงสุดในรอบ 6 ปีนับตั้งแต่ปี 64 เป็นบรรยากาศคึกคักกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากความเครียดสะสมมานาน ต้องการเฉลิมฉลอง โดยสาเหตุความเครียดส่วนหนึ่งมาจากสงครามการค้า สงครามสู้รบชายแดน ปัญหาน้ำท่วม

ทั้งนี้ประชาชนส่วนใหญ่มีแผนที่จะเที่ยวในช่วงเทศกาล สถานที่ที่จะไปเป็นภูเขา และยังคงไปเป็นครอบครัว การซื้อสินค้าส่วนใหญ่ยังคงไปซื้อที่หน้าร้าน ห้างสรรพสินค้า และแผนการทำกิจกรรมยังคงเป็นเรื่องของการทำบุญ ไหว้พระ และการใช้จ่ายก็จะอยู่ในส่วนของการจัดเลี้ยงสังสรรค์

“บรรยากาศปีใหม่ปีนี้ถือว่าคึกคัก เพราะมีมูลค่าการใช้จ่ายมากถึง111,609.37ล้านบาท สูงสุดในรอบ 6ปี แต่เพราะได้แรงหนุนจากโครงการคนละครึ่งพลัส และที่น่าแปลกใจคือ ปีนี้คนตอบว่าจะจัดเลี้ยงสังสรรค์เพิ่มมากขึ้น โดยจะซื้อแอลกอฮฮล์มากขึ้น ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะว่าคนอยากผ่อนคลาย เพราะเครียดสะสมมานานจาก ปัญหา แผ่นดินไหว สงครามชายแดนไทย-กัมพูชารวมทั้ง น้ำท่วม  ปัจจัยที่กระทบต่อการใช้จ่ายในช่วงเทศกาล ยังคงเป็นเรื่องของค่าของชีพและเศรษฐกิจในปัจจุบัน ซึ่งมีผลต่อการใช้จ่ายซื้อสินค้าของผู้บริโภค โดยแหล่งที่มาของเงินที่ใช้จ่ายยังคงเป็นเงินออม”

สำหรับสิ่งที่ประชาชนส่วนใหญ่อยากอวยพรให้กับประเทศไทยในปี 69 ยังคงขอให้พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง ขอให้ทหารทุกคนปลอดภัย ขอให้ไม่มีคอร์รัปชั่น และสิ่งที่ประชาชนต้องการให้รัฐบาลดำเนินการในปี 69 ประเด็นหลักยังคงเป็นเรื่องของการดูแลค่าของชีพ การดูแลเรื่องของการจ้างงาน แก้ปัญหาการทุจริต แก้หนี้ครัวเรือนและแก้ปัญหาความยากจน

นอกจากนี้ยังมองการขยายตัวเศรษฐกิจของไทยในปี 69 ขยายตัวอยู่ในกรอบ 1.5 – 2% และทรรศนะต่อความสำเร็จของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมา ประชาชนส่วนใหญ่เห็นว่า คนละครึ่งประสบความสำเร็จ รองลงมาเป็นเรื่องของการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมนโยบายค่าครองชีพ และประชาชนส่วนใหญ่ยังมองว่าเศรษฐกิจไทยในปีหน้ายังคงเหมือนเดิม