พุทธศักราช 2568 ที่ผ่านมา นับได้ว่าเป็นปีที่ “คณะสงฆ์ไทย” บอบช้ำที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ ความศรัทธาถูกสั่นคลอน ด้วยสาเหตุมาจาก “สตรี” และ “สตางค์” สิ่งต้องห้ามของพระสงฆ์ ที่พระเถระผู้ใหญ่มักจะเตือนอยูเสมอว่า “ให้ระวังอย่างที่สุด”

แต่กลับกลายเป็นว่าพระเถระที่พระหนุ่มเณรน้อยให้ความเคารพนับถือ เป็นถึงระดับ “พระชั้นผู้ใหญ่” ที่มีคนเคารพศรัทธามากมาย กลับตกอยู่ในกิเลสเสียเอง ไล่ตั้งแต่กรณี อดีตพระธรรมวชิรานุวัตร หรือ “เจ้าคุณแย้ม” วัดไร่ขิง จ.นครปฐม ทุจริตยักยอกเงินจากบัญชีธนาคารของวัดไร่ขิง เข้าบัญชีส่วนตัว เพื่อนำไปเล่นพนันออนไลน์ผ่านทาง “สีกาเก็น”

จนมาถึงคดีที่ช็อกพุทธศาสนานิกชนทั่วประเทศ เมื่อ “สีกากอล์ฟ” เข้าไปมีความสัมพันธ์กับพระชั้นผู้ใหญ่มากถึง 13 รูป ทำให้แต่ละรูปต้องสึกออกจากการเป็นพระ เพราะปรากฏหลักฐานชัดเจนในโทรศัพท์ของ “สีกากอล์ฟ” เริ่มต้นจาก อดีตพระเทพวชิรปาโมกข์ หรือ “เจ้าคุณอาชว์” วัดตรีทศเทพ ที่ต้องแอบไปสึกไกลถึง จ.หนองคาย เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. 2568

จากนั้น “สีกากอล์ฟ” ก็โดนตำรวจเข้าจับกุมตัว พร้อมยึดโทรศัพท์มือถือ ทำให้ได้มาซึ่งหลักฐานพระผู้ใหญ่จำนวนมากที่เข้าไปพัวพันกับสีกากอล์ฟ รวมถึงหลักฐานการโอนเงินวัดไปให้สีกากอล์ฟ ด้วย พระผู้ใหญ่เหล่านั้นจึงต้องยอมจำนน สึกออกจากการเป็นพระ
ไล่มาตั้งแต่ อดีตพระครูปลัดสุรพล อิทธิเตโช วัดพรหมเกษร จ.พิษณุโลก สึกเมื่อวันที่ 5 ก.ค. 2568 อดีตพระเทพวชิรธีราภรณ์ วัดพระพุทธฉาย จ.สระบุรี สึกเมื่อวันที่ 9 ก.ค. 2568 อดีตพระเทพวชิรธีรคุณ วัดปากน้ำ สึกเมื่อวันที่ 9 ก.ค. 2568 อดีตพระมหาบุญเลิศ อินฺทปญฺโญ วัดใหม่ยายแป้น สึกเมื่อวันที่ 9 ก.ค. 2568 อดีตพระครูสิริวิริยธาดา วัดโสธรวราราม จ.ฉะเชิงเทรา สึกเมื่อวันที่ 10 ก.ค. 2568 อดีตพระปริยัติธาดา วัดกัลยาณมิตร สึกเมื่อวันที่ 14 ก.ค. 2568 อดีตพระเทพพัชราภรณ์ วัดชูจิตธรรมาราม จ.พระนครศรีอยุธยา สึกเมื่อวันที่ 14 ก.ค. 2568 อดีตพระเทพวัชรสิทธิเมธี วัดท่าหลวง จ.พิจิตร สึกเมื่อวันที่ 15 ก.ค. 2568 อดีตพระเทพปวรเมธี วัดประยุรวงศาวาส สึกเมื่อวันที่ 16 ก.ค. 2568 อดีตพระราชรัตนสุธี วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.พิษณุโลก สึกเมื่อวันที่ 16 ก.ค. 2568 อดีตพระครูศรีรัตนวิเชียร วัดท่าบัวทอง จ.พิจิตร สึกเมื่อวันที่ 17 ก.ค. 2568 และ อดีตพระมหาทิวากร วัดใหญ่จอมปราสาท จ.สมุทรสาคร สึกเมื่อวันที่ 17 ก.ค. 2568

ต่อด้วยคดีของ อดีตพระธรรมวชิรธีรคุณ วัดนครสวรรค์ กรณีการทุจริตสร้างพุทธอุทยานนครสวรรค์ และปิดท้ายปี 2568 กับคดี อดีตหลวงพ่ออลงกต วัดพระบาทน้ำพุ ข้อหาทุจริตยักยอกเงินวัด และยังพบการปลอมแปลงประวัติ นำเลข 13 หลักของผู้อื่นมาใช้ในการบวช เพื่อหนีการเกณฑ์ทหาร อีกด้วย

จะเห็นได้ว่าในแต่ละเรื่องที่เกิดขึ้นล้วนมีสาเหตุมาจาก “สตรี” และ “สตางค์” ทั้งสิ้น ซึ่งกระทบต่อความศรัทธาของพุทธศาสนิกชนเข้าอย่างแรง เพราะแต่ละรูปล้วนเคยเป็นพระชั้นผู้ใหญ่ เป็นที่รู้จักของประชาชนจำนวนมาก

ปี 2568 จึงต้องถูกบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ของคณะสงฆ์ไทย ว่าเป็นปีที่พุทธศาสนิกชน เสื่อมศรัทธาในตัวพระสงฆ์มากอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรอบหลายสิบปี และนั่นเท่ากับเป็นโจทย์ใหญ่ของ มหาเถรสมาคม องค์ปกครองสูงสุดของคณะสงฆ์ไทย ที่จะต้องกู้คืนศรัทธาจากพุทธศาสนิกชนให้กลับคืนมาอีกครั้ง!