เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 25 ธ.ค. 68 ที่สำนักงานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ถนนแจ้งวัฒนะ ตำบลบางตลาด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี น.ส.สุกัญญา (สงวนนามสกุล) อายุ 24 ปี แม่ของ เด็กหญิงฟ้า (นามสมมุติ) อายุ 6 ขวบ นำเอกสารหลักฐานพร้อมคลิปจากกล้องวงจรปิด เข้าร้องเรียนต่อ นางชฎาภรณ์ พงศ์ทอง ที่ปรึกษามูลนิธิ พร้อมด้วย นายณัติรุจน์ ศรีชาติวานิชย์ และนายจักรพงศ์ สุวรรญเลิศธนา ทีมงานมูลนิธิ เพื่อขอความช่วยเหลือ หลังบุตรสาวถูกพ่อแท้ๆ ซึ่งเลิกรากันมาได้ 1 ปี ทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรง ทั้งจิกผม ตบ เตะ และกระทืบ จนได้รับบาดเจ็บ

น.ส.สุกัญญา เปิดเผยว่า ในฐานะแม่ เมื่อได้เห็นคลิปเหตุการณ์ดังกล่าวไม่สามารถรับได้กับสิ่งที่เกิดขึ้นกับลูกสาว จึงต้องการให้มูลนิธิช่วยเหลือด้านคดีความ และดำเนินคดีกับพ่อเด็กให้ถึงที่สุด

น.ส.สุกัญญา เล่าทั้งน้ำตาว่า ตนเลิกรากับอดีตสามี ซึ่งเป็นพ่อแท้ๆ ของน้องฟ้า เมื่อปี 2567 หลังอยู่กินกันมานานกว่า 10 ปี และมีบุตรสาวด้วยกัน 1 คน เนื่องจากไม่สามารถทนพฤติกรรมความรุนแรงและการนอกใจของอดีตสามีได้ หลังเลิกรากัน ตนได้ฝากให้แม่ช่วยดูแลน้องฟ้าในช่วงที่ตนไปทำงาน

ต่อมาตนได้งานใหม่ซึ่งอยู่ไกล จึงตัดสินใจโทรศัพท์แจ้งให้อดีตสามีมารับลูกสาวไปอยู่ด้วย โดยตั้งใจว่าจะรับลูกกลับมาอยู่กับตนในช่วงปิดเทอมหรือวันหยุดยาว ทุกครั้งที่ได้อยู่กับลูก ตนจะถามเสมอว่าพ่อหรือแม่เลี้ยงทำร้ายหรือไม่ แต่ลูกสาวไม่เคยตอบ เพียงเงียบไป

กระทั่งวันที่ 22 ธ.ค. ช่วงเย็น อดีตสามีได้ไปรับลูกสาวที่บ้านยาย ซึ่งเป็นบ้านแม่ของตน โดยในคลิปเหตุการณ์ ลูกสาวบอกว่าไม่อยากกลับบ้านไปกับพ่อ ทำให้อดีตสามีเกิดอารมณ์โมโห จิกศีรษะลากลูกออกมาจากบ้านและกระทืบทำร้ายร่างกาย โชคดีที่เพื่อนบ้านเห็นเหตุการณ์และเข้ามาช่วยเหลือไว้ได้ ทำให้น้องฟ้ามีเพียงร่องรอยแผลถลอกฟกช้ำตามร่างกาย

หลังเกิดเหตุ ญาติได้ส่งคลิปมาให้ตนดู พร้อมแจ้งให้รีบมารับลูกสาวกลับไปอยู่ด้วย เพราะเกรงว่าอดีตสามีจะกลับมาทำร้ายลูกอีก

น.ส.สุกัญญา กล่าวอีกว่า น้องฟ้าเป็นลูกสาวแท้ๆ ของตนและอดีตสามี ไม่คิดว่าจะถูกทำร้ายอย่างรุนแรงถึงเพียงนี้ “เหมือนไม่ใช่คน” หากรู้มาก่อนจะไม่ยอมให้ลูกไปอยู่ด้วยอย่างเด็ดขาด หลังรับลูกกลับมาอยู่ด้วยกัน ลูกสาวเล่าว่าถูกพ่อตีทำร้ายอยู่บ่อยครั้ง และยังถูกข่มขู่ว่าหากนำเรื่องไปบอกใครจะใช้กรรไกรมาตัดลิ้น ทำให้เด็กไม่กล้าเล่าให้ใครฟัง แม้แต่แม่แท้ๆ ของตนเอง

ปัจจุบันลูกสาวยังถามด้วยความเป็นห่วงว่า “สงสารพ่อ พ่อจะถูกตำรวจจับไหม” ซึ่งสะท้อนถึงความรักของเด็กที่มีต่อพ่อ แต่ในฐานะแม่ไม่อาจยอมรับการกระทำที่โหดร้ายเช่นนี้ได้ และยืนยันจะดำเนินคดีกับอดีตสามีให้ถึงที่สุด

ด้าน นางชฎาภรณ์ พงศ์ทอง ที่ปรึกษามูลนิธิ กล่าวว่า หลังรับเรื่องร้องเรียน ทางมูลนิธิได้ประสานเจ้าหน้าที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เข้าให้ความช่วยเหลือแม่และเด็กในเบื้องต้น พร้อมทั้งเตรียมพาผู้เป็นแม่เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีกับพ่อเด็กตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กต่อไป