เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงเวลา 05.50 น. เกิดการยิงปะทะกันทั้งปืนใหญ่และปืนเล็กอย่างหนักหน่วงที่บริเวณชายแดนด้านปราสาทตาเมือนธม ต.ตาเมียง อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ซึ่งทหารกัมพูชาพยายามบุกตีเพื่อยึดคืนพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นชายแดนปราสาทตาควาย เนิน 350 ช่องกร่าง และปราสาทตาเมือนธม โดยไม่สนว่าทิศทางของการประชุม GBC เป็นไปในทิศทางใด โดยเสียงปืนใหญ่และการยิงปะทะกันด้วยปืนเล็กเริ่มทิ้งช่วงห่างยิงเป็นระยะช่วงเวลาประมาณ 07.35 น. ที่ผ่านมา และยังคงมีการยิงตอบโต้กันด้วยปืนใหญ่เป็นระยะในขณะนี้ แต่ยังไม่พบทหารกัมพูชายิงจรวด BM-21 เข้ามาแต่อย่างใด ซึ่งต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ขณะที่ผู้นำชุมชน ชรบ.และชาวบ้านจิตอาสาที่อยู่ในพื้นที่ ต่างพากันวิ่งเข้าหลุมหลบภัยอย่างเร่งด่วน
ทั้งนี้เป็นไปตามที่คาดการณ์ว่า การส่งหนังสือเพื่อต้องการประชุม GBC และพยายามดึงไทยกลับเข้าไปอยู่ในกรอบข้อตกลงการลงนามที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย คราวก่อน เพื่อหวังให้ไทยหยุดยิง และจะเติมกำลังเสริมอาวุธหนักเข้ามา เหมือนที่ผ่านมา มีจุดมุ่งหมายพยายามยึดคืนจุดยุทธศาสตร์สำคัญตามแนวชายแดนคืนให้ได้ หลังไทยผลักดันออกจากไปจากพื้นที่ และมีการยิงสกัดหน้าแนวไม่ให้ทหารกัมพูชาเข้ามาประชิดชายแดนได้อย่างต่อเนื่องดังกล่าว

ส่วนที่ชายแดนช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิง ยังไม่พบการยิงปะทะเช้านี้ มีเพียงเสียงปืนใหญ่ทหารไทยยิงเข้าไปสนันสนุนด้านชายแดน อ.พนมดงรัก นานๆ ครั้ง ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า รถยิงจรวด BM-21 ของทหารกัมพูชา คาดว่ายังคงถูกซุกซ่อนอยู่บริเวณบ่อนกาสิโนและชุมชนโอร์เสม็ด ฝั่งกัมพูชา ตรงข้ามจุดผ่านแดนถาวรช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิง เนื่องจากประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ได้ยินเสียงยิงจรวดหลายลำกล้องออกจากบริเวณดังกล่าวหลายครั้ง เพื่อยิงไปสนับสนุนทหารกัมพูชาทางชายแดน อ.พนมดงรัก และคาดว่ายิงเสร็จแล้ว ได้มีการขับรถยิงจรวดหลบเข้าไปในตัวอาคาร เพื่อป้องกันการตรวจจับและยิงทำลายของทหารไทย
ท่ามกลางสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ไม่มีทีท่าว่าจะจบลงได้ง่าย ประชาชนในพื้นที่อำเภอชายแดน ก็ยังคงพักอาศัยอยู่ที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวในหลายแห่ง โดยเฉพาะที่ศูนย์พักพิงชั่วคราววัดศรีรัตนาราม ต.นอกเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ ที่พบว่ามีประชาชนอพยพมาอยู่จำนวนกว่า 250 คน จากพื้นที่ ต.กาบเชิง ต.ตะเคียน และ ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ และพบว่าเครื่องปรุงอาหารของสดต่างๆ ในการประกอบอาหาร เริ่มเหลือน้อยลง พระครูศรีสุนทรสรกิจ เจ้าอาวาสวัดศรีรัตนาราม ก็ได้ฝากถึงผู้ใจบุญ ที่ต้องการช่วยเหลือ สามารถบริจาคของสดต่างๆ มาช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากการสู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาได้ ซึ่งพระครูประยัติสาทร เจ้าอาวาสวัดเทพสุรินทร์ อ.เมืองสุรินทร์ ก็ได้นำไข่ไก่และเส้นหมี่มามอบให้ผู้อพยพ หลังจากอาหารเริ่มลดน้อยลงดังกล่าวด้วย

ขณะที่นางสาวสุนิษา ธงชัย อยู่บ้านเลขที่ 242 หมู่ 5 ต.นอกเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ ก็ได้นำเสื้อผ้านำเข้าจากประเทศเกาหลี ทั้งมือ 1 และมือ 2 จำนวน 1,500 ตัว มูลค่ากว่า 3 หมื่นบาท มาแจกให้กับผู้อพยพฟรี เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้ประสบภัยอีกด้วย
ด้านคุณตาหำ ส่องแสงจันทร์ อายุ 76 ปี อยู่บ้านเลขที่ 89 บ้านรุน ต.บักได อ.พนมดงรัก ที่มาพักอาศัยอยู่ที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว มหาวิทยาลัยเทคโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ กล่าวว่า ตนมาอาศัยอยู่ที่ศูนย์อพยพเข้าวันที่ 20 แล้ว แต่ยังกลับไม่ได้ เจ้าหน้าที่ยังไม่ให้กลับ ขอให้กำลังใจทหารสู้ๆ เป็นกำลังใจให้ รวมทั้งครอบครัวทหารที่เสียชีวิตด้วย ไม่อยากอพยพอีกแล้ว

ส่วน นางต้อย เบยประโคน อายุ 66 ปี อยู่บ้านเลขที่ 99/2 บ้านรุน ต.บักได อ.พนมดงรัก กล่าวว่า ตนรักลูกๆ ทหารทุกคน เสียใจที่ทหารเสียชีวิต เสียใจกับคุณแม่ทหาร ไม่รู้จะพูดอย่างไร ขอบคุณที่รักษาแผ่นดินและความปลอดภัยให้ประชาชน ส่วนการประชุม GBC เขมรมันคงไม่ยอม มันโกหก ฮุน เซน เป็นคนพูดไม่จริง ตนแค้น ฮุน เซน มาก แม้ทหารจะจัดการชายแดนช้า ตนก็รอได้ ขอให้จบ ทำรั้วเขตแดนเขตใครเขตมัน ขอบคุณทหารทุกนายด้วย



