กรณีการจับกุม นายสงกรานต์ พานภู่ หรือ “กาน เวลไฟร์” อายุ 37 ปี ผู้ต้องหาคดียิงอุกอาจบนทางด่วนประชาชื่น ก่อนฟ้าสางวันที่ 23 ธ.ค. 2568 เป็นเหตุให้ นายอนุวรรตน์ ญาตินิยม อายุ 34 ปี ถูกยิงเสียชีวิตบนทางด่วนพิเศษศรีรัช สร้างความตื่นตระหนกแก่ผู้ใช้รถใช้ถนนเป็นวงกว้าง ต่อมาพนักงานสอบสวนตำรวจนครบาล สามารถติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ หลังหลบหนีข้ามจังหวัดไปซ่อนตัวอยู่บนเกาะช้าง จังหวัดตราด โดยยืนยันว่าเป็นการก่อเหตุเพียงลำพัง ไม่มีผู้ร่วมก่อเหตุ และเป็นการกระทำที่มีเจตนาเล็งเห็นผลถึงชีวิต

ความคืบหน้า เมื่อเวลา 08.40 น. วันที่ 26 ธ.ค. ที่ สน.ประชาชื่น พนักงานสอบสวนได้เบิกตัว นายสงกรานต์ พานภู่ หรือ “กาน เวลไฟร์” ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ในความผิดฐาน “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, พยายามฆ่า และฝ่าฝืนพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน” ออกจากห้องควบคุมผู้ต้องขัง เพื่อนำตัวขึ้นรถควบคุมผู้ต้องขังไปขออำนาจศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ฝากขังผัดแรก เป็นระยะเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 26 ธันวาคม ถึงวันที่ 6 มกราคม โดยพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีร้ายแรง มีอัตราโทษสูง และมีพฤติการณ์หลบหนีคดีมาก่อน
ระหว่างการควบคุมตัวออกจากห้องขังในช่วงเช้า เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบ ได้ดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวด สื่อมวลชนที่มาปักหลักติดตามทำข่าว ได้พยายามสอบถามข้อเท็จจริงจากผู้ต้องหา แต่นายกาน มีท่าทีไม่พอใจ พร้อมตวาดใส่สื่อมวลชนด้วยเสียงดังว่า “เฮ้ย หลบหน่อย ๆ!!” ก่อนถูกนำตัวขึ้นรถควบคุมผู้ต้องขัง

ขณะเดียวกัน มารดาของนายกาน ซึ่งเดินทางมาจากต่างจังหวัด ได้พยายามขอเข้าพบลูกชาย โดยระบุว่าไม่เคยพบหน้าลูกมานานกว่า 1 ปี นับตั้งแต่ผู้ต้องหาหลบหนีคดี และต้องการสัมผัสตัวลูกชายเป็นครั้งแรก อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่อนุญาตให้สื่อสารพูดคุยกันได้เพียงผ่านรถควบคุมผู้ต้องขังเท่านั้น
มารดาของนายกานกล่าวทั้งน้ำตาว่า “ให้ทำตัวดี ๆ อดทน สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพราะว่าเราเมาขาดสติ ถึงเป็นเช่นนี้ ถ้าหนูมีสติ หนูก็คงไม่เป็นขนาดนี้ แม่รู้ ขอให้อดทน แม่ก็จะอดทนรอ ลูกก็ต้องอดทน เข้าไปก็ต้องทำตัวดี ๆ หนูจะได้อภัยโทษ” ขณะที่นายกานกล่าวเพียงสั้น ๆ ว่า “ผมโดนรังแก” ก่อนจะยกมือไหว้มารดา

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขับรถควบคุมผู้ต้องขังออกจาก สน.ประชาชื่น มุ่งหน้าไปยังศาลอาญารัชดา เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า มารดาของผู้ต้องหารู้สึกเสียใจอย่างมากที่ได้พบลูกชายอีกครั้งในสภาพถูกควบคุมตัว หลังจากที่ผ่านมาไม่สามารถติดต่อหรือพบเจอลูกได้เป็นเวลานาน หลังจากที่เขาหนีครอบครัวไป ทำให้เกิดความเครียด กินไม่ได้นอนไม่หลับ อีกทั้งตนเองยังมีปัญหาด้านสุขภาพ ยืนยันเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งต่อตนเองและลูกชาย.



