เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. ที่มูลนิธิปวีณาเพื่อเด็กและสตรี ต.ลำผักกูด อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี นายทหารหญิงยศ “ร.ท.” อายุ 29 ปี สังกัดกรมทหารแห่งหนึ่ง ได้เข้าร้องขอความช่วยเหลือกับ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาเพื่อเด็กและสตรี ให้ช่วยเหลือด้านกฎหมายหลังถูก นายทหารนอกราชการยศ “พล.ท.” ข่มขืนถ่ายคลิปข่มขู่ โดย นายทหารหญิง เล่าให้ฟังว่า ตอนปี 63 ตนยังเป็นนักศึกษาชั้นปี 4 มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ครอบครัวฐานะยากจนต้องเลี้ยงดูย่า จึงต้องทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย
ช่วงกลางวันและตอนเย็น จะไปรับจ้างยืนแจกขนมตามสถานีรถไฟฟ้าและห้างสรรพสินค้า วันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ จะทำงานร้านอาหาร ทำให้ได้พบกับ “พล.ท.” ที่มาทานอาหารกับกลุ่มเพื่อน โดยวันแรกที่เจอกัน ฝ่าย “พล.ท.” ให้ทิปมากถึง 10,000 บาท รู้สึกดีใจมากเพราะว่าเป็นช่วงที่ต้องจ่ายค่าเทอม คิดว่า พล.ท. เป็นผู้ใหญ่ใจดี ซึ่งเขาได้ให้ลูกน้องมาขอไลน์ส่วนตัว ติดต่อให้ไปทานข้าวด้วยกัน

ต่อมา นายทหาร ซื้อรถเก๋งให้ ซื้อคอนโดมิเนียมให้ แลกกับการคบหามีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวและดูแลฝ่ายชายแบบใกล้ชิด เวลาสังสรรค์กับเพื่อนก็จะให้คอยชงเหล้ามาตลอด ภายหลังฝ่าย “พล.ท.” เริ่มออกอาการหึงหวง ไม่ยอมให้ออกไปไหน รวมทั้งไม่ยอมให้พูดคุยกับผู้ชายหรือแม้กระทั่งเพื่อนที่เป็น LGBTQ+ สุดท้ายพฤติกรรมความรุนแรงออกมาเป็นลักษณะ นายกับทาสรับใช้ เพราะเวลาอยู่ด้วยกันต้องทำทุกอย่างคอยเอาใจ หากทำอะไรไม่ถูกใจ ก็จะถูกทุบตี ไปไหนต้องบอกตลอดเวลา ถ้าเขาแชตไลน์มาแล้วไม่อ่านหรืออ่านช้า หรือโทรฯ มาไม่รับสาย ก็จะถูกด่าว่า ก่อนถูกตบตีทำร้ายร่างกาย

ตนอดทนมานานเกือบ 6 ปี จนทนต่อไปไม่ไหว ขอแยกทาง ฝ่ายชายจึงทวงคืนทรัพย์สินที่เคยให้ แต่เมื่อคืนให้แล้ว อีกฝ่ายกลับคุกคามชีวิตไม่จบสิ้น บุกไปห้องพัก (แฟลตทหาร) พังประตูคุกคาม หยอดกาวรถยนต์ ทำทรัพย์สินเสียหาย จนต้องแจ้งความตำรวจ สน.เตาปูน มาระงับเหตุ ฝ่าย “พล.ท.” กลับเหิมเกริมเตะตนต่อหน้าตำรวจ มีการกระชากกล้องตำรวจ อ้างว่ารู้จักตำรวจใหญ่ จนตำรวจต้องไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน เนื่องจากเป็นการกระทำที่ไม่เกรงกลัวกฎหมาย
จากนั้นวันที่ 21 ธ.ค. ที่ผ่านมา ฝ่ายนายทหาร ติดต่อมาบอกว่า อยากจะเจอกันครั้งสุดท้าย หลังจากหย่ากับภรรยาแล้วกำลังจะย้ายไปอยู่ต่างประเทศ ขอให้มาทานข้าวกันที่ร้านอาหารย่านบางพลัด ตนเห็นว่าเรื่องน่าจะจบด้วยดีจึงเดินทางไปกับน้องสาว โดยเอาพวงมาลัยไปขอขมาด้วย พอไปถึงอีกฝ่ายก็ให้ทานไวน์ คุยกันไปสักพักตนและน้องสาวก็เกิดอาการมึนงงหมดแรง ฝ่ายนายทหารได้ให้ลูกน้องที่เป็นคนขับรถ ยศ “ร.อ.” พาไปขึ้นรถ ใช้เคเบิลไทร์มัดมือเท้า พาไปยังโรงแรมม่านรูด ก่อนลงมือข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ ขณะก่อเหตุ คนขับรถยังได้ถ่ายคลิปเอาไว้ข่มขู่ด้วย
หลังเสร็จกิจ ฝ่าย “พล.ท.” ได้ใช้ให้คนขับรถ พาตนมาส่งยังร้านอาหารเดิม ขณะที่น้องสาวตน มีหญิง 2 คน คาดว่าจะเป็นนางนกต่อ ทำทีมานั่งที่โต๊ะ พอตนมาถึง น้องสาวที่ยังพอมีสติก็พาตนไปโรงพยาบาลทันที ก่อนจะไปแจ้งตำรวจให้เอาผิดกลุ่มผู้ก่อเหตุ อย่างไรก็ตาม การมาร้องขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิฯ ก็เพราะต้องการความเป็นธรรม และขอชีวิตคืนจากนายทหาร

ด้านนางปวีณา ได้ประสานไปยัง พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น. นัดหมายวันที่ 26 ธ.ค. 68 เวลา 14.00 น. เพื่อพา “ร.ท.หญิง” เดินทางไปที่ สน.บางพลัด เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการไล่ภาพเส้นทางวันเกิดเหตุ และอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดี โดยมูลนิธิปวีณาฯ จะติดตามความคืบหน้าคดีนี้อย่างใกล้ชิดต่อไป.



