เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. ภายใต้การอำนวยการของ​ พล.ต.ท.​ภาณุมาศ​ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.ปรัชญา​ ประสานสุข​ รอง​ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ​ นุชนารถ​ รอง​ ผบช.สตม., พล.ต.ต.ประสาธน์​ เขมะประสิทธิ์​ ผบก.ตม.1, พ.ต.อ.กีรติศักดิ์​ ก้องเกียรติศิริ รอง​ ผบก.ตม.1, ว่าที่​ พ.ต.อ.พลสิทธิ์​ สุทธิอาจ​ ผกก.สืบสวน​ บก.ตม.1 สั่งการให้ พ.ต.ท.สุธีรฐ์ ธีระสวัสดิ์​ รอง​ ผกก.สืบสวน​ บก.ตม.1, พ.ต.ท.ทวีทรัพย์​ ชัยภูมิ​, พ.ต.ท.สุริโย ไชยยอด​ สว.กก.สืบสวน​ บก.ตม.1 พร้อมกำลัง​หน้าที่ชุดสืบสวน บก.ตม.1 เข้าตรวจสอบอพาร์ตเมนต์ย่านอ่อนนุช ภายหลังได้สืบทราบว่ามีการลักลอบพำนักอยู่ในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย และมีพฤติการณ์เชื่อมโยงขบวนการหลอกลวงออนไลน์ข้ามชาติ ก่อนจับกุมตัว นายหวัง (นามสมมุติ) อายุ 45 ปี ชาวเกาหลีใต้ แสดงเพียงภาพถ่ายหนังสือเดินทาง ตรวจสอบพบว่าไม่มีข้อมูลการเดินทางเข้าประเทศอย่างถูกต้อง และเคยเดินทางออกไปประเทศกัมพูชาโดยไม่พบการกลับเข้ามา

จากนั้นได้ตรวจสอบข้อมูลไปยังสถานทูตเกาหลีใต้ในประเทศไทย พบว่า นายหวัง มีหมายจับในคดีฉ้อโกง มูลค่าความเสียหายกว่า 70 ล้านวอน หรือเกือบ 2 ล้านบาท จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ขยายผลจับกุมเพื่อนร่วมขบวนการอีก 1 ราย อายุ 51 ปี พบอยู่ในโรงแรมเดียวกันในลักษณะหลบซ่อน ตรวจสอบพบการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรสิ้นสุดลงแล้ว​ และยังมีหมายจับในประเทศเกาหลีใต้ คดีปลอมแปลงเอกสารราชการ​ 3​ คดี​ และคดีฉ้อโกงเงินมูลค่าประมาณ​ 150 ล้าน​วอน หรือประมาณ​ 3 ล้านบาท จากการสืบสวนเชิงลึก เจ้าหน้าที่พบหลักฐานการติดต่อสื่อสารเกี่ยวกับการใช้แอปพลิเคชันหลอกลวงประชาชนชาวเกาหลี โดยมีฐานปฏิบัติการอยู่ในประเทศกัมพูชา ขณะนี้อยู่ระหว่างการขยายผลและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศ

ด้าน พล.ต.ต.ประสาธน์ เขมะประสิทธิ์ ผบก.ตม.1 กล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ สะท้อนถึงความจริงจังของตำรวจไทยในการจัดการอาชญากรรมข้ามชาติ พร้อมย้ำว่าประเทศไทยจะไม่เป็นพื้นที่หลบซ่อนของผู้กระทำผิด และจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยให้กับสังคมไทยอย่างยั่งยืน.