เมื่อวันที่ 23 เม.ย. ที่รัฐสภา นายธนยศ ทิมสุวรรณ สส.เลย พรรคภูมิใจไทย ในฐานะคณะกรรมการประสานงานร่วมรัฐบาลในสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมร่วมกับนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร และตัวแทน 6 พรรคการเมืองมีสัดส่วนได้ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญประจำสภาผู้แทนราษฎรทั้ง 35 คณะ ว่า ประธานสภา ได้นัด 6 พรรคการเมืองที่มีสัดส่วนได้ประธาน กมธ.มาหารืออีกรอบ ซึ่งทุกพรรคการเมืองได้พูดคุยกันและเห็นว่าเป็นการทำงานร่วมกัน ทุกคนยอมแพ้ในสิ่งที่ตัวเองยืน แม้จะมีหลายคณะที่หลายพรรคมีความต้องการที่ตรงกัน จึงทำให้ได้ข้อสรุปโดยดี ส่วนคณะกรรมาธิการที่มีข้อถกเถียงกันก่อนหน้านี้นั้น จริงๆ เป็นสิ่งที่ทุกพรรคอยากได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการจะทำงาน วันนี้จึงได้มีการพูดคุยกันมากขึ้น ได้มีการแลกเปลี่ยนเพื่อทำงานร่วมกัน และทุกคนถอยร่วมกันจึงทำให้ได้ข้อตกลงร่วมกัน
ผู้สื่อข่าวถามว่า กมธ.ในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย ได้ตามที่มีรัฐมนตรีสังกัดกระทรวงหรือไม่ นายธนยศ กล่าวว่า ไม่ใช่ เราไม่ได้มองว่ารัฐมนตรีอยู่กระทรวงไหน เราต้องได้กระทรวงนั้น ซึ่งเป็นไปไม่ได้ว่าจะได้กระทรวงที่พรรคภูมิใจไทยสังกัดดูแล อยู่ที่การพูดคุย ซึ่งทุกคนอยากให้เดินหน้าทำงานในสภาให้ดีที่สุด และคิดว่าไม่เกี่ยวกันเพราะทุก กมธ.มีความสำคัญหมด และการทำงานใน กมธ.เป็นการทำงานร่วมกัน
เมื่อถามว่าฝ่ายค้านแฮปปี้ใช่หรือไม่ นายธนยศ กล่าวแซวนายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ว่า “ยิ้มหน่อยๆ” จากนั้น นายปกรณ์วุฒิ ตอบคำถามว่า ครั้งที่ผ่านมาเราอาจมีการถกเถียง ซึ่งเป็นเรื่องกระบวนการ แต่สุดท้ายเห็นตรงกันและจบลงบนการเจรจาร่วมกัน น่าจะได้ประโยชน์สูงสุดกับทุกฝ่าย และยอมถอยคนละก้าว ทุกพรรคก็เดินได้ และจับมือร่วมกันทำงาน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับโควตาประธาน กมธ. มีดังนี้พรรคภูมิใจไทยได้ 14 คณะ ประกอบด้วย 1.กมธ.แก้ปัญหาหนี้สิน ความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำ 2.กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ 3.กมธ.การคุ้มครองผู้บริโภค 4.กมธ.การเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน 5.กมธ.การที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 6.กมธ.การปกครอง 7.กมธ.การกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ 8.กมธ.การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) 9.กมธ.การพลังงาน 10.การพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา 11.กมธ.การศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม 12.กมธ.การสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 13.กมธ.การอุตสาหกรรม และ 14.กมธ.การตำรวจ
ขณะที่พรรคประชาชน ได้ 9 คณะประกอบด้วย 1.กมธ.การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน 2.กมธ.กิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน 3.กมธ.คมนาคม 4.กมธ.ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ 5.การทหาร 6.กมธ.การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน 7.กมธ.การพัฒนาเศรษฐกิจ 8.กมธ.การสวัสดิการสังคม และ 9.กมธ.การป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยพิบัติและสาธารณภัย
ส่วนพรรคเพื่อไทย ได้ 5 คณะ ประกอบด้วย 1.กมธ.กิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ 2.กมธ.การเกษตรและสหกรณ์ 3.กมธ.การแรงงาน 4.กมธ.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และ 5.กมธ.การศึกษา
ขณะที่พรรคกล้าธรรม ได้ 4 คณะ ประกอบด้วย 1.กมธ.กิจการสภาผู้แทนราษฎร 2.กมธ.การกีฬา 3.กมธ.การท่องเที่ยว และ 4.กมธ.การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ ได้ 2 คณะ ประกอบด้วย กมธ.การสาธารณสุข และ กมธ.การป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด และพรรคเพื่อไทยรวมพลัง ได้ 1 คณะ คือ กมธ.การต่างประเทศ.



