เมื่อวันที่ 23 เม.ย. 69 นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ กัน จอมพลัง ได้รับการร้องขอความช่วยเหลือจาก นายเอสโก้ อายุ 23 ปี หนุ่มอินฟลูเอนเซอร์สายเกษตรกรชื่อดังจาก จ.ศรีสะเกษ หลังถูกนายท็อป (นามสมมุติ) อายุ 25 ปี รุ่นพี่ที่สนิทกันทำร้ายร่างกาย ต่อยที่บริเวณใบหน้าและตามลำตัวหลายครั้ง เนื่องจากไม่พอใจ คิดว่าเป็นพยานในคดียิงคนตายจนต้องหนีตายไปอยู่ต่างจังหวัด เหตุการณ์เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อวันที่ 21 มี.ค. 69 แจ้งความแล้วกว่า 1 เดือน คดีกลับไม่มีความคืบหน้า หวั่นไม่ปลอดภัยจึงอยากให้ช่วยเหลือ

กัน จอมพลัง กล่าวว่า มีเอฟซีแท็กในคลิปช่องติ๊กต็อกของน้องผู้เสียหายมาเยอะมาก ตนได้เข้าไปย้อนดูตั้งแต่แรก พบว่าวันแรกที่น้องโดนทำร้ายหน้าแดงเปื้อนเลือดเต็มไปหมด และวันนี้ได้เดินทางมาจาก จ.ศรีสะเกษ เพื่อมาขอความเป็นธรรมกับตน ฟังจากเหตุการณ์ของน้อง ผู้ก่อเหตุเคยมีคดีเก่ามาก่อน ไม่ทราบว่าคดีจบแล้วหรือยัง แต่คดีเก่าคือยิงคนเสียชีวิตเมื่อเดือน ส.ค. ปีที่แล้ว แต่ปีนี้ก็กลับมาได้อย่างไร ตนยังไม่ทราบ แล้วก็มาก่อเหตุกับน้อง มีการสอบถามแล้วน้องตอบว่าไม่เคยมีปัญหากัน เป็นคนรู้จักและเคยนั่งกินข้าวด้วยกัน นับถือกันเหมือนพี่น้อง แต่หลังจากผู้ก่อเหตุไปมีคดี แล้วเข้าใจว่าน้องไปเป็นพยานให้คู่กรณี จึงได้มีการทำร้ายร่างกายอย่างหนัก

กัน จอมพลัง กล่าวอีกว่า นายเอสโก้ เล่าให้ฟังว่าหลังถูกทำร้ายแล้ว ผู้ก่อเหตุยังมีการมาหาถึงหน้าบ้าน และยังเคยใช้อาวุธมีดข่มขู่ด้วย ซึ่งตนได้มีการประสานไปยัง พล.ต.ต.ศุภชัย ศักรินพานิชกุล ผบก.ภ.จว.ศรีสะเกษ โดยท่านได้ตรวจสอบข้อมูลและกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลเรื่องคดี เพราะน้องผู้เสียหายก็ห่วงเรื่องความปลอดภัย และกลัวเรื่องจะเงียบ อยากให้ตนช่วยเหลือให้ได้รับความเป็นธรรมและคดีมีความคืบหน้า

นายเอสโก้ ผู้เสียหาย กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้ไปกินข้าวที่บ้านรุ่นพี่ของเพื่อน ซึ่งคือบ้านนายท็อป ผู้ก่อเหตุ เมื่อวันที่ 19 มี.ค. ที่ผ่านมา อยู่ดีๆ นายท็อปได้พูดขึ้นมาว่า “ไม่สนใจหรอก จะเป็นคนดังอะไร เดี๋ยวกูตีแม่งหมด” ตนจึงถามว่า “มีอะไรหรือเปล่าครับ ถ้าผมไลฟ์สดหรือทำคลิปอะไรที่พี่ไม่พอใจ ผมขอโทษด้วย” นายท็อปได้ตอบกลับว่า “รู้อยู่แก่ใจ” และทำท่ายึกยักเหมือนจะทำร้ายตน ตนกลัวจึงได้แต่ขอโทษ แล้วแยกย้ายกันไปคิดว่าไม่มีอะไรต่อกันแล้ว จนมาวันที่ 21 มี.ค.

ขณะตนมานอนเฝ้าไก่อยู่ที่บ้าน นายท็อปได้ขี่รถ จยย. มาจอด และพุ่งเข้ามาหาตนบนที่นอน พร้อมชักมีดออกมาฟันตน แต่หลบได้ทัน จึงรีบวิ่งหนี นายท็อป จึงเตะตัดขาตนจนล้ม และเข้ามาต่อยตนไม่ยั้ง คิดว่าสาเหตุน่าจะเป็นการเข้าใจผิด เพราะนายท็อปเคยมีคดียิงคนตาย แล้วตำรวจได้เรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องไปสอบปากคำ ซึ่งหนึ่งในนั้นมีตนอยู่ด้วย และยึดโทรศัพท์มือถือไปตรวจสอบ แต่ตนมีงานไลฟ์สดที่รับไว้ก่อนหน้าจึงขอคืนมาก่อนคนอื่น คาดว่านายท็อปคิดว่าตนเป็นสายให้ตำรวจ ซึ่งวันที่นายท็อปไปก่อเหตุยิงคนตาย ตนไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ แต่แค่ไปนั่งกินข้าวในกลุ่มญาติๆ และกลับก่อนมีเรื่อง โดยได้ให้ข้อมูลกับตำรวจตามความจริงเท่านั้น

ที่ผ่านมาตนช่วยเหลือนายท็อปมาตลอด แม้กระทั่งพาไปทำงานด้วยตอนที่ตกงาน ไม่คิดว่าเขาจะทำกับตนได้ขนาดนี้ ซึ่งหลังจากที่ตนโดนทำร้าย ได้หนีไปอยู่ที่ต่างจังหวัดเพราะหวั่นไม่ปลอดภัย กลัวโดนทำร้ายซ้ำ แม่ได้โทรฯ มาบอกว่าเมื่อวันสงกรานต์ นายท็อปได้มีการวนเวียนมาที่บ้าน ไม่รู้มีเจตนาอะไร และคนในหมู่บ้านส่วนใหญ่จะกลัวนายท็อป เพราะมี “เขี้ยวแก้ว” โดยมีความเชื่อว่ามีพุทธคุณช่วยเรื่องอยู่ยงคงกระพัน

ซึ่งเรื่องนี้ผ่านมานานกว่า 1 เดือนแล้ว นายท็อปยังใช้ชีวิตปกติ เล่นน้ำสงกรานต์สนุกสนาน แต่ตนต้องมาระแวงกับการใช้ชีวิตของตัวเองเสียเอง วันนี้ตนอยากให้พี่กัน จอมพลัง ช่วยติดตามเรื่องและดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ตนอยากกลับไปทำฟาร์ม ทำนา ทำไร่ ทำสวน เหมือนที่ตนเคยทำ เพราะตอนนี้ต้องหนีไปอยู่ต่างหวัด แม่กับยายก็อยู่บ้านตามลำพังโดยไม่มีใครดูแลเลย

ภายหลังจากผู้เสียหายเข้ามาร้องไม่ถึง 1 ชม. “กัน จอมพลัง” เผยอีกว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบข้อมูลและยื่นคัดค้านการประกันตัว นายท็อป เนื่องจากยุ่งเหยิงกับพยานในคดี ซึ่งผู้เสียหายไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือให้การซัดทอดใดๆ หลังจากนี้ตนดีใจกับน้องผู้เสียหายที่จะได้กลับไปอยู่กับแม่และยาย ได้อย่างปกติ ไม่ต้องหวาดกลัวใดๆ หลังจากนี้ทางท่าน พล.ต.ต.ศุภชัย ศักรินพานิชกุล ผบก.ภ.จว.ศรีสะเกษ ได้ให้น้องผู้เสียหายเข้าไปพบเพื่อความเชื่อมั่น โดยการันตีเรื่องความปลอดภัย