พลอากาศโท ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ กรรมการ กสทช. ด้านกิจการกระจายเสียง เปิดเผยว่า ที่ประชุม กสทช. มีมติอนุมัติขั้นตอนมาตรฐานการปฏิบัติงาน (SOP) เพื่อแจ้งเตือนภัยพิบัติหรือเหตุฉุกเฉินในกิจการกระจายเสียง โดยให้ผู้ประกอบการสถานีวิทยุกระจายเสียงที่ได้รับอนุญาตจาก กสทช.ทุกราย มีหน้าที่ต้องดำเนินการตามแนวทางและขั้นตอนที่กำหนด จากเดิมที่สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย (สวท.) ของกรมประชาสัมพันธ์ทำหน้าที่ดังกล่าวเป็นหลัก ทั้งนี้เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการแจ้งเตือนภัยให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลข่าวสารกรณีเกิดภัยพิบัติหรือเหตุฉุกเฉินได้มากขึ้น ผ่านโครงข่ายสถานีวิทยุ นอกเหนือจากการรับทราบข้อมูลผ่านโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือ เซลล์บรอดแคสต์ และผ่านโครงข่ายโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัล(ทีวีดิจิทัล) โดยมีการรับคำสั่งและกำหนดข้อมูลรวมทั้งเป้าหมายในการแจ้งเตือนภัยที่รัฐบาลโดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเป็นผู้กำหนด ให้สถานีวิทยุกระจายเสียงที่ได้รับคำสั่ง จะต้องออกอากาศแจ้งเตือนเนื้อหาดังกล่าวจากสถานีวิทยุกระจายเสียงของกรมประชาสัมพันธ์ทันที เพื่อเพิ่มช่องสถานีและพื้นที่รับบริการให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารแจ้งเหตุภัยพิบัติได้มากยิ่งขึ้น
สำหรับขั้นตอนมาตรฐานการปฏิบัติงาน หรือ SOP มีการกำหนดแนวทางการดำเนินการ ทั้ง ก่อนเกิดเหตุ ระหว่างเกิดเหตุ และหลังเกิดเหตุ โดยได้มีการประชุมชี้แจงทำความเข้าใจและรับฟังความคิดเห็นจากผู้ประกอบการวิทยุกระจายเสียงแล้ว และ เมื่อ กสทช. เห็นชอบแล้ว ได้กำหนดให้สำนักงาน กสทช. ดำเนินการซักซ้อมเพื่อทดสอบขั้นตอนมาตรฐานการปฏิบัติงาน ดังกล่าว ว่าสามารถปฏิบัติได้จริง เพื่อนำมาประเมินและปรับปรุงต่อไป

พลอากาศโท ธนพันธุ์ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาการแจ้งเตือนภัยพิบัติหรือเหตุฉุกเฉินในกิจการกระจายเสียงนั้น สวท. เป็นผู้ดำเนินการเป็นหลักและทำหน้าที่ได้ดีมาอย่างต่อเนื่องโดยตลอด แต่การผลักดันให้มี SOP ฉบับนี้ เพื่อขยายช่องสัญญาณและพื้นที่การรับฟังของ สวท. โดยให้สถานีวิทยุกระจายเสียงทุกสถานีต้องทำหน้าที่รับสัญญาณจาก สวท. มา Rebroadcast หรือขยายผลเนื้อหา เพื่อให้ประชาชนสามารถรับฟังได้มากขึ้น แม้ว่าการกำหนด SOP ในครั้งนี้ยังคงเป็นแบบ แมนนวล หรือควบคุมโดยคน เป็นหลัก อย่างไรก็ตามในปีหน้าได้มีนโยบายให้สำนักงาน กสทช. ศึกษาและพัฒนาระบบเพื่อให้สามารถแจ้งเตือนภัย โดยมีการตัดสัญญาณออกอากาศแบบอัตโนมัติ รวมทั้งกำหนดพื้นที่เป้าหมายการแจ้งเตือนได้ เช่นเดียวกับโครงข่าย เซลล์บรอดแคสต์ และ ทีวีดิจิทัล ซึ่งในเรื่องนี้ประเทศไทยควรจะต้องมีโครงข่ายวิทยุในระบบดิจิทัล DAB+ ที่มีฟังก์ชั่นการทำงานในการแจ้งเตือนภัยพิบัติที่เป็นมาตรฐานสากลที่หลายประเทศใช้เป็นโครงข่ายสำรองกรณีโครงข่ายหลักเช่นโทรศัพท์เคลื่อนที่งานใช้ไม่ได้ ต่อไป



