วันที่ 26 ธ.ค. นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ได้ลงนามประกาศเพื่อขอตรวจเอกสารการนำเงินเข้าประเทศสำหรับเงินทุนไหลเข้าทั้งหมดแล้ว โดยมีผลบังคับใช้หลังลงนามประกาศ มาตรการใหม่นี้กำหนดให้การนำเงินเข้าประเทศของบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่ (Resident Corporate) ต้องมีการรายงานและแสดงเอกสารแหล่งที่มาของรายได้ วัตถุประสงค์ในการนำเงินเข้า ต้องรายงานหากมีการนำเงินเข้าประเทศ เกิน 200,000 ดอลลาร์สหรัฐ โดยธนาคารพาณิชย์จะเป็นผู้รับผิดชอบการตรวจสอบ
สำหรับมาตรการเข้าควบคุมการไหลเข้าของเงินทุนอย่างเข้มงวดทันที โดยระบุว่ามีความกังวลอย่างยิ่งต่อแรงกดดันค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีปัจจัยสำคัญมาจากสองส่วนคือ การไหลเข้าของเงินทุน (Flow) และการเก็งกำไรในธุรกรรมทองคำ โดยเฉพาะการซื้อขายผ่านแอปพลิเคชันทองออนไลน์ ซึ่งในช่วงที่ค่าเงินบาทแข็งค่าหนัก ธุรกรรมนี้เคยสูงถึง 60% ของยอดขายดอลลาร์ทั้งหมดในประเทศ
ขณะที่มาตรการนี้เป็นการปรับตัวของ ธปท. จากเดิมที่มุ่งเน้นการตรวจสอบการไหลออกของเงินทุนมาตั้งแต่ปี 2540 (ที่กังวลเรื่องเงินออกนอกประเทศ) ให้หันมาดูการไหลเข้ามากขึ้น เนื่องจากเป็นปัจจัยที่ทำให้ค่าเงินบาทแข็ง อย่างไรก็ตาม ธุรกรรมค้าขายหรือการนำเงินเข้ามาเล็กน้อยไม่ได้รับผลกระทบ
“จากการวิเคราะห์ข้อมูลใหม่ พบว่าในช่วงที่เงินบาทแข็งค่าหนักหน่วง ธุรกรรมการขายทองคำเหล่านี้ทำให้เกิดการขายดอลลาร์สหรัฐ เพื่อมาซื้อเงินบาท ทำให้ค่าเงินแข็งขึ้น โดยมีสัดส่วนสูงถึง 40%-60% ของยอดขายดอลลาร์ทั้งหมดของทั้งประเทศในช่วงเวลาดังกล่าว ตัวเลขนี้พิสูจน์ได้ว่าธุรกรรมทองคำมีผลกดดันค่าเงินบาทอย่างรุนแรง”
นายวิทัย กล่าวว่า เมื่อลูกค้าขายทองคำเป็นเงินบาทผ่านแอปพลิเคชัน ร้านทองจะต้องนำทองคำดังกล่าวไปขายต่อเพื่อปิดสถานะ (Square Position) ในตลาดต่างประเทศ ทำให้ได้รับดอลลาร์มา จากนั้นร้านทองก็นำดอลลาร์นั้นมาขายเพื่อซื้อเงินบาท การซื้อขายทองคำในประเทศไทยถือว่าขาดการควบคุม โดยยืนยันว่า การเก็งกำไรทองคำดังกล่าว ไม่ได้ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจหรือจีดีพีของประเทศ แต่กลับสร้างผลเสียต่อผู้ส่งออก
ทั้งนี้ เนื่องจากธุรกิจค้าทองคำไม่มีการควบคุม ธปท. จึงได้ขอความร่วมมือจากกระทรวงการคลังให้เข้ามาดูแล และในส่วนของ ธปท. เองกำลังดำเนินการขออำนาจแก้ไขประกาศกระทรวงการคลัง เพื่อเข้าควบคุมธุรกรรมการซื้อขายทองคำที่ส่งผลกระทบต่ออัตราแลกเปลี่ยน โดยควบคุมเฉพาะธุรกรรมการซื้อขายทองคำจำนวนมากที่ดำเนินการโดยนักเก็งกำไรหรือผู้ค้าความถี่สูง ที่เทรดเยอะๆ เป็นรอบๆ มาก ไม่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายทองคำตามร้านทองปกติ หรือการซื้อขายย่อยๆ ในแอปพลิเคชัน โดยจะให้เริ่มรายงานธุรกรรมในเดือน ม.ค.69 เป็นต้นไป
นอกจากนี้ ธปท. ยังอยู่ระหว่างการทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ เพื่อจัดการกับปัญหาทุนเทา แต่ยังต้องใช้เวลาในการตกผลึกรายละเอียด มาตรการทั้งหมดนี้เป็นความพยายามร่วมกันกับกระทรวงการคลัง เพื่อรับมือกับปัญหาเชิงโครงสร้างที่ต้องใช้เวลาดำเนินการ



