กรณี ร.ต.ต.พงศกร มีพันธุ์ ผู้อำนวยการส่วนสอบสวน 4 สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีมีผู้บุกรุกเข้าไปทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าไม้ ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 บริเวณพื้นที่เนินโนรา เขาลงโรง พื้นที่หมู่ 2 ต.วัดประดู่ อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี โดยขณะเข้าตรวจสอบได้จับกุมผู้กระทำผิดซึ่งหน้า 2 ราย ซึ่งบุกรุกพื้นที่ป่า ก่อสร้างร้านอาหารและที่พัก โดยในขณะเข้าตรวจสอบเจ้าหน้าที่ยังพบการกระทำผิด ทำการก่อสร้างในลักษณะเดียวกัน ชื่อบ้านเขากำนันพล แต่ไม่พบตัวผู้กระทำผิด สำนักผู้ตรวจการแผ่นดิน โดย ร.ต.ต.พงศกร มีพันธุ์ ผอ.สำนักสอบสวน 4 ได้มอบหมายให้ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 11 (สุราษฎร์ธานี) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบเพิ่มเติม ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

บุกจับนายทุนรุกป่า ‘เขาเนินโนรา’ จุดเช็กอินวิวร้อยล้าน กลางเมืองสุราษฎร์ธานี

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. ร.ต.ต.พงศกร มีพันธุ์ ผอ.สำนักสอบสวน 4 สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน แจ้งว่า ได้รับรายงานจากนายอุดมศักดิ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ผอ.ทรัพยากรป่าไม้ที่ 11 (สุราษฎร์ธานี) ว่า สนธิกำลัง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลวัดประดู่, เจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี เข้าตรวจสอบเพื่ออายัดที่ดินแปลงดังกล่าว โดยใช้เครื่องมือหาค่าพิกัดดาวเทียมบนพื้นโลก (GPS) ระบบพิกัด กริด (UTM) ระบบ WGS 84 ตรวจวัดพิกัดโดยรอบแปลง พบว่าเป็นพื้นที่ป่าตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 และเมื่อนำจุดพิกัดไปตรวจสอบกับภาพถ่ายดาวเทียม มีพื้นที่ป่าถูกบุกรุกรวมเนื้อที่ 10-2-65 ไร่

เมื่อตรวจสอบภายในพื้นที่ถูกบุกรุก พบว่า สภาพบริเวณโดยรอบเป็นพื้นที่เป็นเขา มีความลาดชันเกินกว่าร้อยละ 35 และมีการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างรวมจำนวน 5 หลัง และมีการเทถนนคอนกรีตภายในพื้นที่ ด้านหน้ามีป้ายติดว่า เขากำนันพล อาหารพื้นบ้าน ลานกางเต็นท์ ดูตะวันตกดิน ชมพระจันทร์ มีการติดตั้งมิเตอร์ไฟฟ้า ขนาด 1 เฟส ส่วนพื้นที่ที่เหลือมีการปลูกพืชผลอาสินกระจัดกระจาย เช่น สับปะรด ผักเหลียง มะพร้าว มะม่วง เป็นต้น มีร่องรอยการใช้เครื่องจักรขุดปรับพื้นที่ คาดว่าทำมาแล้วประมาณ 1 ปี พบร่องรอยการใช้เครื่องเลื่อยตัดต้นไม้ จำนวน 3 ตอ คาดว่าทำมาแล้วประมาณ 1 เดือน

อย่างไรก็ตามจากการแปลภาพทางอากาศ ผ่านดาวเทียม Google earth แบบรายชั้นปี รอบแปลงสถานประกอบการร้านเขากำนันพล พบว่าเริ่มมีการตัดถนนคอนกรีต และก่อสร้างอาคารเมื่อปี 2564 ต่อเนื่องจนถึงปี 2566 และมีการบุกรุกพื้นที่เพิ่มเติมใน ปี 2567 ซึ่งภายหลังการตรวจสอบอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่ได้ทำการบันทึกตรวจยึดพื้นที่ พร้อมหลักฐานเกี่ยวกับผู้ก่อเหตุ นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี สืบสวนขยายผลหาตัวมาดำเนินคดี ในข้อหา “ร่วมกันก่อสร้าง แผ้วถาง หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่า หรือเข้ายึดถือ ครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต”

ร.ต.ต.พงศกร กล่าวว่า ในส่วนของอาคารสิ่งปลูกสร้าง เทศบาลวัดประดู่ในฐานะเจ้าพนักงานท้องที่ จะเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน ให้ดำเนินคดีผู้ครอบครองที่ดิน ตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร และบังคับใช้กฎหมายในการรื้อถอน ซึ่งเทศบาลจะต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อให้สามารถรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเอาไว้ โดยเฉพาะเขาลงโรง ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าไม้ที่อยู่ในชุมชนเมือง หน่วยราชการที่เกี่ยวข้องจะต้องช่วยกันดูแลรักษาเพื่อให้ประชาชนได้ใช้ร่วมกันอย่างมีคุณภาพ

ข่าวรายงานว่าบริเวณพื้นที่ดังกล่าว เป็นพื้นที่ภูเขาสูงขนาดย่อมมีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางวัดได้สูงสุดที่ 140 เมตร ซึ่งจากการเปรียบเทียบกับแปลงรูปที่ดิน พบว่าบริเวณดังกล่าวส่วนใหญ่มีเอกสารสิทธิ โดยบริเวณพื้นที่ที่ถูกร้องเรียนเป็นเพียงจุดสุดท้ายที่เหลืออยู่ที่ยังไม่มีการออกเอกสารสิทธิ