สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 26 ต.ค. ว่า การปราบปรามครั้งนี้มุ่งเป้าไปยังธุรกิจยอดนิยมที่ขายเสื้อผ้ามือสองในราคาถูก เพื่อแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจและสุขภาพ

อย่างไรก็ตาม การบังคับใช้กฎหมายห้ามซื้อของมือสองที่เข้มงวดขึ้น ส่งผลให้ผู้ขายเผชิญกับอนาคตที่ไม่แน่นอน และผู้ซื้อก็ไม่สามารถเข้าถึงแฟชั่นราคาประหยัดได้

เป็นเวลาหลายปีแล้วที่ธุรกิจซื้อของมือสองเฟื่องฟูในอินโดนีเซีย โดยได้รับแรงผลักดันจากความต้องการเสื้อผ้าที่ราคาไม่แพงและมีเอกลักษณ์ ขณะที่เสื้อผ้าส่วนใหญ่เป็นสินค้านำเข้า และมีผู้ขายดำเนินกิจการอยู่ทั่วประเทศ แม้รัฐบาลจาการ์ตาจะสั่งห้ามการนำเข้าสินค้าดังกล่าวอย่างเป็นทางการ ภายใต้กฎระเบียบของกระทรวงการค้าในปี 2565

CNA

อย่างไรก็ตาม การบังคับใช้กฎหมายยังไม่ทั่วถึง ทำให้กลุ่มผู้ค้ายังคงสามารถใช้ประโยชน์จากพรมแดนที่หละหลวม การกำกับดูแลที่อ่อนแอ และเจ้าหน้าที่ศุลกากรซึ่งทุจริต เพื่อลักลอบนำสินค้าเข้ามา เฉพาะเมื่อปี 2567 เพียงปีเดียว อินโดนีเซียนำเข้าเสื้อผ้าใช้แล้วมากกว่า 3,800 ตัน

เมื่อเดือน พ.ย. ทางการเตือนว่า ผู้ที่ถูกจับได้ว่านำเข้าสินค้าดังกล่าวอย่างผิดกฎหมาย จะต้องเผชิญกับมาตรการที่เข้มงวด ยกตัวอย่างเช่น อาจถูกห้ามนำเข้าสินค้าใด ๆ ตลอดชีวิต ขณะที่ร้านขายเสื้อผ้ามือสองออนไลน์ได้ถูกสั่งให้ปิดในทันที

อินโดนีเซียระบุว่า เสื้อผ้าใช้แล้วเป็นอันตรายต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม รวมถึงทำลายอุตสาหกรรมสิ่งทอในประเทศ โดยเจ้าหน้าที่ได้เรียกร้องให้ผู้ประกอบการหันมาใช้สิ่งทอจากอินโดนีเซีย ด้านหน่วยงานหลายแห่งกำลังสำรวจสินค้าทางเลือก เพื่อป้องกันการสูญเสียงาน.

เครดิตภาพ : AFP