เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.68 น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง ภายหลังนายตำรวจหนุ่ม พ.ต.ท.ธีรวัตร์ ปัญญาณ์ธรรมกุล สว.(สอบสวน) สน.สายไหม ลาออกจากอาชีพตำรวจ เพื่อลงเลือกตั้งกับพรรคประชาชน ด้วยความเจ็บช้ำน้ำใจ ที่อาชีพ “ตำรวจ” ที่รัก เพราะเฝ้าใฝ่ฝันที่จะเป็นผู้ผดุงความยุติธรรมในสังคม อยากเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์มาตั้งแต่เด็ก กลับทำร้ายเขา จนต้องตัดสินใจเพื่อลงสมัครรับเลือกตั้งในแบบบัญชีรายชื่อ(ปาร์ตี้ลิสต์) กับพรรคประชาชน ที่มี ทนายแจม ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ ภรรยา สส.กทม เขต 11 สายไหม สังกัดเป็นสมาชิกพรรคอยู่ก่อนแล้ว และวันนี้ทีมข่าวเดลินิวส์ จะพามาเปิดประวัติ โอ๊ต พ.ต.ท.ธีรวัตร์ ปัญญาณ์ธรรมกุล ให้ได้รู้จักกัน
โอ๊ต พ.ต.ท.ธีรวัตร์ มาจากครอบครัวตำรวจ ทำให้เขาเติบโตและใช้ชีวิตในแฟลตตำรวจ มีพ่อ เป็น ผบ.หมู่ งานสืบสวน สน.ลุมพินี จบหลักสูตร เตรียมทหาร รุ่นที่ 48 นายร้อยตำรวจ รุ่นที่ 64
โอ๊ต พ.ต.ท.ธีรวัตร์ เริ่มต้นรับราชการ ตำแหน่ง ร.ต.ต. เป็น พนักงานสอบสวน ที่ สน.พญาไท อยู่ได้ 2 ปี ก็ย้ายไป เป็น ร.ต.ท. รองสารวัตรสืบสวน ที่ สน.มีนบุรี และได้ร่วมสางคดีดังที่อยู่ในความทรงจำ นั่นก็คือ คดีจ้างวานฆ่า นายจักรกฤษณ์ หรือ เอ็กซ์ พณิชย์ผาติกรรม อดีตนักกีฬายิงปืนทีมชาติไทย คดีนี้ โอ๊ต พ.ต.ท.ธีรวัตร์ สางคดี จนกระทั่งจับกุม พญ.นิธิวดี ภู่เจริญยศ หรือหมอนิ่ม อดีตภรรยาของเอ็กซ์ นางสุรางค์ ดวงจินดา มารดาของหมอนิ่ม ผู้เป็นแม่ยาย ซึ่งเวลาต่อมาศาลฎีกา ยกฟ้องหมอนิ่ม ส่วนนางสุรางค์ ผู้เป็นแม่ยาย ลดโทษจำคุกเหลือ 25 ปี จากจำคุกตลอดชีวิต และให้ร่วมชดใช้เงิน 2.5 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี
จากนั้นย้ายไปขึ้น ร.ต.อ. เป็นรองสารวัตรสืบสวน สน.ทองหล่อ และ โยกกลับมาอยู่ สน.ลุมพินี ดำรงตำแหน่ง รองสารวัตรป้องกันและปราบปราม อยู่ได้ 2 ปี ก็ไปเป็น นายเวร ผบช.ภ.4 และได้ติดยศ พ.ต.ต.
ชีวิตราชการที่เหมือนจะรุ่ง กลับถูกสั่งธำรงวินัยที่จังหวัดชายแดนใต้ จากการปฏิเสธ ไม่เข้ารับการคัดเลือกเป็น ตำรวจกองบังคับการตำรวจมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ 904 ธำรงวินัยอยู่ 9 เดือน จึงได้กลับมาเข้าสู่ พ.ต.ต. ตำแหน่ง สารวัตรสอบสวน อยู่ สน.ดอนเมือง
แล้วไปเป็น พ.ต.ท. สังกัด สารวัตรฝ่ายอำนวยการ บก.น.5 ดูจัดซื้อจัดจ้าง จากนั้นโดนโยกไปเป็น สารวัตรสอบสวน บก.จร. แล้วไปช่วยราชการ ด่านตรวจแอลกอฮอล์ กระทั่งมาเป็น สารวัตรสอบสวน สน.สายไหม อยู่ในตำแหน่งมา 3 ปีเต็ม
กระทั่ง รังสิมันต์ โรม สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เห็นแวว จึงดึงเข้าไปร่วมทำงานเป็น กมธ.ความมั่นคงฯ และร่วมทำงานด้วยกันมาจากนั้น
สำหรับสาเหตุที่ลาออกจากวงการตำรวจ เมื่อวันที่ 24 ธ.ค.68 นั้น ก็เพราะ ต้องการปฏิรูปตำรวจ เนื่องจากที่ผ่านมาความจริงปรากฏว่า ถ้าหากรับราชการตำรวจ ก็ไม่สามารถทำให้ดีกว่านี้ได้ ในวันนี้องค์กรตำรวจกำลังมีปัญหา อยู่ในภาวะตกต่ำอย่างถึงที่สุด การรับราชการตำรวจ ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงตำรวจได้ เพราะตัวเองก็อยู่ภายใต้โครงสร้างตำรวจที่บิดเบี้ยว และมีข้อจำกัดอย่างมากมายหากจะเปลี่ยนแปลงองค์กรตำรวจ มีอย่างเดี่ยวเท่านั้น คือ เป็นนักการเมืองเต็มตัว
และนี่คือ พ.ต.ท.ธีรวัตร์ ปัญญาณธรรมกุล ซึ่งมีรายชื่ออยู่ใน 100 ผู้สมัคร สส.ปาร์ตี้ลิสต์ ของพรรคประชาชน



