เมื่อเวลา 17.25 น. วันที่ 27 มิ.ย.ที่อิมแพค เมืองทองธานี นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ตำรวจกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เข้าจับกุมนายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต ว่า เท่าที่ทราบเป็นเรื่องการรับส่วยสอบข้าราชการท้องถิ่น ของปลัดจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ส่วนเรื่องผู้มีอิทธิพลและเรื่องส่วย ของจังหวัดภูเก็ต ตนคิดว่าเป็นเรื่องของกรมการปกครองที่ดำเนินการสอบสวนอยู่แล้ว แต่เหตุที่สอบช้า เพราะนายรุ่งเรืองใช้สิทธิ์ในการลาถึง 2 ครั้ง ครั้งละ 10 วัน ซึ่งเป็นเวลาเกือบหนึ่งเดือน ทั้งนี้การส่งข้าราชการกลับไปปฏิบัติหน้าที่ต้นสังกัด ไม่ได้แปลว่าเขาจะบริสุทธิ์หรือมีความผิด เพราะการสืบสวนยังคงดำเนินต่อไป แต่ในห้วงระยะเวลาที่นำตัวมาช่วยราชการ อาจจะเกินเวลาจึงต้องส่งกลับพื้นที่ก่อน โดยมีการสอบสวนตามเดิม ซึ่งคาดว่าจะรู้ผลในเร็ว ๆ นี้
เมื่อถามว่าในกรณีที่ตำรวจควบคุมตัวปลัดจังหวัดภูเก็ต จะต้องมีการประสานงาน เพื่อนำตัวเพื่อมาให้ข้อมูลในการสอบของกรมการปกครองหรือไม่ นายพลพีร์ กล่าวว่า เรื่องส่วยที่ตำรวจออกหมายจับเป็นเรื่องการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ซึ่งอธิบดีกรมการปกครองจะต้องเรียกสอบอีกครั้งหนึ่งว่ามูลเหตุเป็นอย่างไร ดังนั้นปลัดจังหวัดภูเก็ตจึงมี 2 คดีใหญ่ที่ต้องตอบสังคมและประชาชนให้ได้ ซึ่งตนเชื่อว่าอธิบดีกรมการปกครอง มีหลักเกณฑ์ในการสอบอยู่แล้ว และคณะกรรมการสอบภายในของกรมการปกครอง มีความแม่นยำเรื่องข้อกฎหมายอยู่แล้ว
“อยากขอปลัดจังหวัดภูเก็ตว่าเมื่อเราถูกหมายเรียกแล้วขอให้เข้ามาให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อกรมเถอะ เพราะกรมก็ไม่อยากให้มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น และตามจริงแล้วกระทรวงมหาดไทยก็เป็นกระทรวงที่มีข้าราชการน้ำดี แต่ตราบใดที่เริ่มมีน้ำเสียเข้ามา บริการให้กับประชาชนก็เริ่มจะไม่ดี ศักยภาพบุคลากรความคิด ความอ่าน ความรู้ ความสามารถจางหายเกินไป วันนี้ขอให้มาช่วยกันเอาศักดิ์ศรีของกระทรวงมหาดไทยกลับคืนมา กระทรวงถ้าเกิดว่าท่านรักกระทรวงมหาดไทยให้ความร่วมมือกับท่านอธิบดีเถอะครับ ไม่ว่าจะสอบท่านเรื่องไหน ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย ไม่ผิดคือไม่ผิด” นายพลพีร์ กล่าว
เมื่อถามย้ำว่าจะถูกมองว่าเป็นการยัดคดีให้ปลัดจังหวัดภูเก็ต เพื่อตัดตอนหลังออกมาแฉแชท ช่วยน้ำเงินด้วย หรือไม่ นายพลพีร์ กล่าวว่า เป็นการยัดคดีไม่ได้เลย เพราะเรื่องการสอบท้องถิ่นไม่ใช่เรื่องปีนี้ แต่เป็นครั้งที่แล้วด้วย ฉะนั้นเป็นเรื่องที่ผูกพันกันมา แปลว่าท่านรู้เรื่องอยู่ก่อนแล้วหรือไม่ และไม่ได้ปฏิบัติตามเพื่อการป้องกันหรือไม่ หรือไม่ได้แจ้งมาที่กรมและผู้บังคับบัญชาหรือไม่ ฉะนั้นคำถามพวกนี้ท่านต้องตอบให้ได้
“หากท่านเห็นของเสีย ควรรีบชำระหรือบอกผู้ที่เกี่ยวข้อง เพราะผู้บริหารนั่งอยู่บนหอคอย มันไม่เห็นหรอกบางทีที่ลงไปเขาก็ไม่อยากคุยกับเรา ฉะนั้น คนในพื้นที่เป็นบุคคลที่สำคัญมาก ๆ ต่อกลไกการพัฒนาระบบราชการของกระทรวงมหาดไทย” นายพลพีร์ กล่าว.



