ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. 2569 ชาวบ้านในพื้นที่หมู่ 9 ต.บ้านค่าย อ.บ้านค่าย จ.ระยอง ต่างเกิดความหวาดผวา หลังมีกระแสข่าวลือเรื่อง “วิญญาณเฮี้ยน” ของชายวัยประมาณ 40 ปี ซึ่งประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตบริเวณริมถนนสายห้วงหิน
โดยมีรายงานว่า ชาวบ้านบางรายอ้างพบเห็นชายลักษณะคล้ายผู้เสียชีวิต สวมหมวกคล้ายทหาร นั่งก้มหน้างอเข่าอยู่บริเวณจุดเกิดเหตุในช่วงเวลากลางคืน จนทำให้ผู้ที่สัญจรผ่านไปมาต่างเกิดความหวาดกลัว
ต่อมา นางราตรี อายุ 56 ปี แม่ค้าขายของในพื้นที่ ต้องนำ “ใบหนาด” พืชตามความเชื่อโบราณที่ใช้ป้องกันสิ่งลี้ลับ ติดตัวและพกไว้บนรถสามล้อพ่วงข้างตลอดเวลา เนื่องจากต้องเดินทางผ่านจุดเกิดเหตุในช่วงเช้ามืดเป็นประจำ
นางราตรี เปิดเผยว่า เส้นทางดังกล่าวค่อนข้างเปลี่ยวและมืด ไม่มีไฟส่องสว่าง อีกทั้งเคยมีเหตุสุนัขสีดำวิ่งตัดหน้า ทำให้รู้สึกหวาดกลัวทุกครั้งที่ผ่าน จึงต้องพกใบหนาดเพื่อความสบายใจ พร้อมทั้งเดินทางไปจุดธูปอุทิศส่วนกุศลให้ผู้เสียชีวิต ขอให้ดวงวิญญาณไปสู่ภพภูมิที่ดี
ขณะที่ชาวบ้านในละแวกดังกล่าวยังคงมีการพูดคุยและร่ำลือกันอย่างต่อเนื่องว่า หลังพบศพผู้เสียชีวิตซึ่งอยู่ในร่องน้ำริมถนนมาหลายวัน มักมีผู้พบเห็นเงาร่างลักษณะคล้ายผู้ตายนั่งอยู่บริเวณจุดเกิดเหตุ โดยเฉพาะช่วงเวลากลางคืน ทำให้หลายคนหลีกเลี่ยงการใช้เส้นทางดังกล่าว

ด้าน น.ส.สุกัญญา ชาวบ้านที่อาศัยอยู่หน้าจุดเกิดเหตุ เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุไม่ได้ยินเสียงรถชนหรือเหตุผิดปกติใด ๆ กระทั่งออกมาทิ้งขยะหน้าบ้านจึงได้กลิ่นเหม็นผิดปกติ ก่อนพบรถจักรยานยนต์ล้มอยู่ในพงหญ้า จึงแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ และพบศพผู้เสียชีวิตในร่องน้ำ เสียชีวิตมาแล้วกว่า 6 วัน
ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจอาสา ระบุว่า สภาพศพมีการเน่าเปื่อยและส่งกลิ่นรุนแรง อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวไม่เชื่อเรื่องวิญญาณหรือสิ่งลี้ลับ มองว่าเป็นความหวาดกลัวของชาวบ้านมากกว่า
ต่อมา ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังวัดชากกอไผ่ ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งสวดอภิธรรมศพ โดยนายศึกษา อายุ 70 ปี บิดาของผู้เสียชีวิต เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ลูกชายหายตัวออกจากบ้านไปหลายวัน ก่อนมีชาวบ้านแจ้งพบร่างในร่องน้ำ พร้อมรถจักรยานยนต์ทับอยู่
แพทย์ชันสูตรเบื้องต้นไม่พบร่องรอยถูกทำร้าย คาดว่าเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ อย่างไรก็ตาม ครอบครัวและชาวบ้านยังคงเกิดความรู้สึกสะเทือนใจ หลังมีผู้ยืนยันว่าเคยพบเห็นชายคล้ายผู้ตายนั่งอยู่บริเวณจุดเกิดเหตุก่อนทราบว่าเสียชีวิตแล้ว
นายศึกษากล่าวทั้งน้ำตา เชื่อว่าดวงวิญญาณของลูกชายอาจยังไม่รับรู้การจากไป จึงปรากฏให้ผู้คนเห็น พร้อมขอให้ไปสู่สุคติ และไม่รบกวนชาวบ้านที่สัญจรผ่านไปมา



