สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. ว่า นางอี ซือ-รัน รมช.สาธารณสุขเกาหลีใต้ กล่าวว่า เกาหลีใต้จะทยอยยุติการส่งบุตรบุญธรรมไปต่างประเทศ ภายใน 5 ปี โดยตั้งเป้าให้เหลือศูนย์อย่างช้าที่สุดภายในปี 2572

ขณะเดียวกันก็ได้ชี้แจงว่า ระบบการรับบุตรบุญธรรมกำลังถูกเปลี่ยนโครงสร้างจากเอกชนมาสู่ภาครัฐ และด้วยบทบาทของกระทรวงสาธารณสุขและรัฐบาล จึงสามารถทำการประเมินอีกครั้งว่า การรับบุตรบุญธรรมเป็นทางเลือกที่จำเป็นจริงหรือไม่

รายงานพิเศษด้านการค้ามนุษย์ การสูญหายโดยบังคับหรือการถูกบังคับให้สูญหาย และการทารุณกรรมเด็ก หยิบยกประเด็นการรับบุตรบุญธรรมขึ้นมาหารือกับรัฐบาลโซล หลังกรณีของ น.ส.คิม ยู-รี วัย 52 ปี ซึ่งเคยถูกส่งตัวให้ครอบครัวชาวฝรั่งเศสเมื่อปี 2527 โดยไม่ได้รับความยินยอมจากพ่อแม่ผู้ให้กำเนิด ตามเอกสารที่ระบุว่า เธอเป็นเด็กกำพร้าที่ถูกทอดทิ้งอย่างไม่ถูกต้อง

เพื่อตอบสนองต่อข้อร้องเรียน รัฐบาลโซลย้ำถึงการปฏิรูปในอดีตที่มุ่งเน้นการป้องกันการละเมิด รวมถึงกฎหมายเมื่อปี 2554 เกี่ยวกับการฟื้นฟูระบบกำกับดูแลทางตุลาการ สำหรับการรับเลี้ยงบุตรบุญธรรมจากต่างประเทศ และได้อ้างถึงขั้นตอนล่าสุดในการรวมศูนย์อำนาจการรับเลี้ยงบุตรบุญธรรม

อย่างไรก็ตาม การสอบสวนการรับเลี้ยงบุตรบุญธรรมเพิ่มเติม และการชดเชยที่เข้มแข็งขึ้นสำหรับเหยื่อ จะขึ้นอยู่กับกฎหมายในอนาคต ขณะที่รัฐบาลยังไม่ได้เสนอมาตรการใด ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาเอกสารไม่ถูกต้อง หรือถูกปลอมแปลง ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการเชื่อมต่อระหว่างผู้รับบุตรบุญธรรม และครอบครัวผู้ให้กำเนิด

หลังจากการสอบสวนนานเกือบ 3 ปี เกี่ยวกับข้อร้องเรียนจากผู้รับเลี้ยงบุตรบุญธรรม 367 คน ในยุโรป สหรัฐ และออสเตรเลีย คณะกรรมการยอมรับว่า คิมและเด็กที่ถูกรับเลี้ยงอีก 55 คน เป็นเหยื่อของการละเมิดสิทธิมนุษยชน รวมถึงการสูญหาย และการถูกปลอมแปลงเอกสารเกี่ยวกับต้นกำเนิด และความล้มเหลวในการคุ้มครองเด็ก.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES