เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 28 ธ.ค.68  ที่โรงแรมเซ็นทาราไลฟ์ ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคพรรคเสรีรวมไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการจับฉลากหมายเลขเลือกตั้งปี2569 ได้เบอร์ 12 ว่า เลขนี้ถือว่าเป็นเลขวันแม่ และเป็นเลขที่ตั้งที่ทำการของพรรคเสรีรวมไทย และผู้สมัครสส.เขต บางกอกน้อย ก็เบอร์ 12 เช่นเดียวกัน จึงเลือกได้ง่าย

สำหรับเป้าหมายที่นั่งสส.ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ยอมรับว่าเราไม่ใช่พรรคใหญ่ เมื่อก่อนเราส่งผู้สมัครสส 400 เขต แต่จากรัฐธรรมนูญที่แก้ไปแก้มาเป็นเหตุให้มีการใช้บัตรเลือกตั้ง 2ใบ ส่งผลต่อคะแนนพรรคลดลง โดยการเลือกตั้ง2ครั้งที่ผ่านมา เราไม่ได้สส.เขต แม้แต่คนเดียว ทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้พรรคเสรีรวมไทย ส่งผู้สมัครสส.เน้นไปที่สส.บัญชีรายชื่อ ทั้งหมด 43 คน เป็นหลัก ส่วนตนเมื่อเสนอตัวเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จะต้องได้เสียง 10 ล้านเสียงเป็นต้นไป และเห็นจากจากโพลขณะนี้ยังเหลืออีก 40% ที่ยังไม่ได้ลงให้พรรคการเมืองใด ก็หวังว่าน่าจะมาเป็นคะแนนของพรรคเสรีรวมไทย ดังนั้นขอสัก10 ล้านเสียง ก็จะได้บริหารประเทศในฐานะนายกรัฐมนตรี และเชื่อในความรู้ความสามารถ ที่มีมากว่า 50 ปี

ผู้สื่อข่าวถามว่า สามารถจับมือกับทุกพรรคได้หรือไม่ พล.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า ขณะนี้พรรคการเมืองมาจากประชาธิปไตยทั้งนั้น ซึ่งการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เชิญตนเป็นรองนายกรัฐมนตรี เนื่องจากมีทั้งหมด 10 เสียง แต่ได้ปฏิเสธไป เพราะมองว่า มาจากการยึดอำนาจ จึงยอมอยู่เป็นฝ่ายค้าน และเวลานี้ เราไม่ปฎิเสธทุกพรรคที่มาจากการเลือกตั้ง สามารถทำงานร่วมกันได้หากดำเนินในแนวทางที่ถูกต้อง และจะถูกต้องหรือไม่ต้องดูว่าแต่ละพรรคซื้อเสียงหรือไม่ ทั้งนี้ 

หากกกต. สามารถควบคุมการซื้อเสียงได้ การเมืองก็จะบริสุทธิ์ เกิดความยุติธรรม ไม่มีการชกใต้เข็มขัด 

เมื่อถามว่า หากพรรคเสรีรวมไทย ได้สส.เกิน 25 ที่นั่ง พร้อมชิงนายกรัฐมนตรี หรือไม่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า“ พี่ท้าเลยไม่ได้โม้ ใครจะทำงานสู้กับพี่เล่า”